สุขภาพ

วิธีเลือกอาหารตามกรุ๊ปเลือดอย่างถูกต้อง เพื่อสุขภาพที่ดี

วิธีเลือกอาหารตามกรุ๊ปเลือดอย่างถูกต้อง เพื่อสุขภาพที่ดี

กรุ๊ปเลือดของแต่ละคนส่งผลต่อการเลือกอาหารที่รับประทานเข้าไป ซึ่งค่อนข้างจะไม่เหมือนกันเนื่องจากมีการย่อยที่มีความแตกต่างกัน ถ้าเลือกรับประทานอาหารได้ถูกต้องตามกรุ๊ปเลือด ก็จะทำให้ร่างกายนำสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ในทางตรงข้าม หากเลือกอาหารไม่ตรงกับกรุ๊ปเลือดก็จะทำให้ย่อยไม่หมด เกิดการตกค้างในร่างกายและนำไปสู่การเจ็บป่วยได้ ด้วยเหตุนี้ เบื้องต้นคุณต้องทราบตัวเองก่อนว่ามีกรุ๊ปเลือดอะไร ถ้ายังไม่ทราบให้ไปเจาะเลือดตรวจก่อน แล้วเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับคุณ ดังต่อไปนี้

อาหารสำหรับกรุ๊ปเลือดโอ

กรุ๊ปโอ เป็นกรุ๊ปเลือดที่เกิดมาก่อนกรุ๊ปอื่น หากใครอยากมีระบบย่อยอาหารที่ดี ควรเลือกอาหารประเภทเนื้อสัตว์หรือเนื้อแดง เช่น วัว แพะ เป็นต้น ส่วนอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง คือ อาหารประเภทธัญพืช ข้าวสาลี เนื่องจากจะทำให้ระบบการย่อยไม่ดี เพราะฉะนั้น จะดีไม่น้อยเลยเมื่อได้ปฏิบัติตามที่ได้กล่าวไว้ ก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะระบบภายในร่างกายเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น

อาหารสำหรับกรุ๊ปเลือดเอ

กรุ๊ปเอ เป็นกรุ๊ปเลือดที่พัฒนามาจากกรุ๊ปโอ แต่จะมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ หากได้รับประทานเนื้อแดงก็จะทำให้ย่อยยากมาก เนื่องจากอวัยวะภายในที่เป็นส่วนกระเพาะอาหารมีความเป็นกรดต่ำ ทางที่ดีจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น นม เนย ไข่ ไส้กรอก แฮม กุนเชียง แล้วเปลี่ยนเป็นการรับประทานนมถั่วเหลืองและผักทดแทน

อาหารสำหรับกรุ๊ปเลือดบี

กรุ๊ปเลือดบี เป็นกรุ๊ปที่ไม่ค่อยเป็นปัญหาในการเลือกรับประทานอาหารเนื่องจากระบบอาหารของกรุ๊ปนี้มีการย่อยอาหารแบบสมดุล หมายความว่า สามารถย่อยได้ดีเยี่ยมทั้งผลิตภัณฑ์ที่เป็นกลุ่มเนื้อสัตว์ ไข่และนม นอกจากนี้ยังสามารถรับประทานกลุ่มผักทุกชนิดโดยเฉพาะผักที่มีสีเขียว

อาหารสำหรับกรุ๊ปเลือดเอบี

กรุ๊ปเลือดเอบี เป็นกรุ๊ปเลือดที่เกิดมาหลังสุดในบรรดากรุ๊ปอื่น ๆ โดยมีที่มาจากกรุ๊ปเลือดเอกับบีสองชนิดรวมกัน แต่ถ้าได้เปรียบเทียบกับกรุ๊ปโอ เอและบี แล้ว จะมีภูมิต้านทานมากที่สุด ส่วนในเรื่องการเลือกอาหารนั้นคล้ายคลึงกับกรุ๊ปเออย่างมากเพราะไม่เหมาะที่จะรับประทานเนื้อสัตว์ แต่ก็ยังสามารถย่อยผลิตภัณฑ์นมได้ดี

การรับประทานอาหารตามกรุ๊ปเลือดเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นแนวทางที่ดีและเป็นที่ยอมรับมาเป็นระยะเวลานานแล้ว ว่าช่วยป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้อาหารและโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังมีหลายคนที่ยังไม่ทราบหรือละเลยความสำคัญในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งต้องการมีสุขภาพที่ดี ควรเปลี่ยนวิธีการรับประทานอาหารตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เหตุผลที่สุขภาพนำพาความสำเร็จทางด้านการเงิน

เหตุผลที่สุขภาพนำพาความสำเร็จทางด้านการเงิน

สุขภาพกับเงิน หากเลือกได้คุณคิดว่าคนส่วนใหญ่จะเลือกอะไรก่อน แน่นอนผู้คนมักจะเลือกเงินเพราะได้เข้าใจว่าเงินสามารถนำพาในสิ่งที่ต้องการได้ทุกอย่างจนลืมไปว่าสุขภาพต่างหากที่นำพาความสำเร็จทางด้านการเงิน ทำให้มหาเศรษฐีหรือนักธุรกิจที่เป็นเจ้าของอาลีบาบา ชื่อว่า แจ๊ค หม่า มีการกล่าวไว้ว่า คนกับลิงมีความแตกต่างกันเพราะถ้าได้วางเงินกับกล้วย ลิงจะเลือกกล้วยก่อนเพราะลิงไม่ทราบว่าเงินเป็นวัตถุที่สามารถแลกไปซื้อกล้วยอย่างมากมาย การที่ได้กล่าวไว้เพื่อให้เห็นว่าลิงยังเลือกสุขภาพก่อนสิ่งอื่น ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอกเหตุผลทำไมสุขภาพจึงนำพาความสำเร็จทางด้านการเงิน ซึ่งมีอะไรบ้าง มาดูกัน

ทำไมสุขภาพจึงนำพาความสำเร็จด้านการเงิน

สร้างรายได้กลับคืนมาใหม่ได้ตลอด

การแพทย์ได้มีความเชื่อว่า หากมีการดูแลสุขภาพอย่างดีอยู่แล้ว เมื่อไหร่ที่ประสบปัญหาทางด้านการเงินไม่ว่าจะเป็นสาเหตุอะไรก็ตาม แล้วทำให้เงินที่มีอยู่ได้หมดไป แต่เรื่องเงินหมดไม่ใช่ประเด็นของปัญหา ถ้ามีร่างกายที่แข็งแรงเพราะสามารถหารายได้กลับคืนมาได้ตลอด ในทางตรงข้าม หากมีเงินหมื่นล้าน พันล้านหรือแสนล้านหรือมีสมบัติอย่างมากมาย หากป่วยถึงขั้นนั่งรถเข็นหรือเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่ว่าจะใช้จ่ายอะไรก็ไม่มีความสุขและยังไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีกลับมาได้ แสดงให้เห็นว่า สุขภาพที่ดีแพงกว่าเงิน

ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพบแพทย์

สุขภาพนำความมั่งคั่งหรือที่เรียกว่า “Health Brings Wealth” คล้ายกับการลงทุนทำธุรกิจซึ่งจะต้องมีการเติมต้นทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เช่น การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น ต้นทุนเหล่านี้ป้องกันการเกิดสัญญาณป่วยหรือถึงขั้นต้องมีคนนำส่งโรงพยาบาลจนต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง กระทบต่อความสำเร็จทางด้านการเงิน ทางที่ดีควรสำรวจตัวเองเป็นประจำหรือ Detect ว่าสุขภาพร่างกายมีจุดบกพร่องตรงไหน ไม่ว่าจะเป็น ผมร่วง ตาไม่ชัด ปวดศีรษะบ่อย ประจำเดือนมาไปไม่ปกติ สิวขึ้น อ้วน หรืออื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันสามารถเข้าถึงหรือศึกษาการดูแลสุขภาพได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องไปหอสมุดแห่งชาติ ห้องสมุดโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยแล้ว เพียงค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้นเอง แต่ก็ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลก่อนเพราะมีทั้งข้อมูลจริงและไม่จริง จากนั้นให้นำข้อมูลที่คิดว่าดีมาปรับใช้กับตัวเอง

การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย เพราะมีความสำคัญยิ่งกว่าเงินทอง นอกจากนี้ยังสามารถนำพาไปสู่ความฝันหรือเป้าหมายในทุกด้านโดยเฉพาะความสำเร็จทางด้านการเงิน ดังนั้น อย่าลืมใส่ใจสุขภาพตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานอย่างสมดุล ไม่หักโหม นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่เพื่อซ่อมแซมร่างกายและผ่อนคลายจิตใจ ซึ่งจะทำให้มีความพร้อมทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามที่ต้องการ

ทำไมสุขภาพจึงนำพาความสำเร็จด้านการเงิน

เคล็ดลับ สุขภาพจิตได้ สุขภาพกายดี

เคล็ดลับ สุขภาพจิตได้ สุขภาพกายดี

ร่างกายและจิตใจมีการเชื่อมโยงกัน หากสุขภาพจิตดีสุขภาพกายก็ดีไปด้วย ในทางตรงข้ามสุขภาพจิตแย่ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นเดียวกัน เราจึงมี 5 วิธีสร้างสุขภาพจิตที่ดีมานำเสนอ เพื่อการสร้างสุขภาพดีแบบองค์รวม ไปดูกันว่าจะมีวิธีไหนที่น่าสนใจบ้าง

วิธีการสร้างสุขภาพที่ดี

มีเป้าหมายในชีวิต การตั้งเป้าหมายในชีวิตเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสร้างความรู้สึกของการเห็นคุณค่าในชีวิตตัวเอง ซึ่งจะทำให้เราสามารถวางแผนอนาคตได้ว่าควรทำอะไรต่อไป โดยการตั้งเป้าหมายนั้นก็ไม่ควรตั้งไว้สูงเกินไป เพื่อให้สามารถทำได้สำเร็จและเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง หากเราทำเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จแล้ว ก็สามารถเพิ่มระดับความยากได้ แต่ก็ควรวางเป้าหมายไว้โดยดูที่ระดับความสามารถของเราเป็นหลัก ไม่กดดันตัวเองมากเกินไป

รู้จักแบ่งปันอยู่เสมอ เมื่อการแบ่งปันเกิดขึ้น จะสร้างความรู้สึกดีทั้งผู้ให้และผู้รับ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพจิตดีด้วย และหากเวลาที่เกิดความรู้สึกท้อแท้ ลองมองไปที่คนที่ลำบากกว่าเรา ก็จะช่วยให้มีกำลังใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น ถ้ามีความสามารถก็ช่วยเหลือตามกำลังที่พอช่วยได้ ก็จะทำให้เห็นคุณค่าของการให้มากขึ้น

มองโลกในแง่ดี การมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอจะทำให้ไม่ประสบกับความเครียดบ่อย ๆ ซึ่งดีต่อทั้งสุขภาพกายและใจ เพราะเมื่อเกิดความเครียดก็จะมีสารอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้นและสารเคมีในร่างกายต่าง ๆ ก็จะถูกหลั่งออกมาเพื่อตอบสนองต่อความเครียด ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้ อย่างเช่น โรคกระเพาะ ไมเกรน ความดันโลหิตสูง รวมถึงอาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้ด้วย

ให้อภัยอยู่เสมอ การฝึกตัวเองไม่ให้โกรธเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ เพราะถ้าเราไม่สามารถควบคุมอารมณ์ มีอารมณ์โกรธได้ง่าย ก็จะทำให้เกิดความเครียดได้ง่ายขึ้น เพราะสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ซึ่งก็จะส่งผลเสียต่าง ๆ ตามมาทั้งปัญหาสุขภาพร่างกายและปัญหาทางสังคมได้อีกด้วย

ออกกำลังกายเป็นประจำ เมื่อออกกำลังกาย เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายก็จะมีการหลั่งสารหลากหลายชนิดที่ส่งผลดีต่อทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งจะทำให้มีสุขภาพดีแบบองค์รวมได้ โดยในหนึ่งสัปดาห์ ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 3-4 ครั้ง เพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพดีอยู่เสมอ

ในปัจจุบันมีปัจจัยภายนอกมากมายที่ส่งผลให้สุขภาพแย่ลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ยาก เช่น มลพิษต่าง ๆ ที่เราต้องเผชิญในแต่ละวัน สารเคมีที่อยู่ในอาหารและอากาศ รวมถึงความเครียดที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวด้วย ดังนั้นหากใครที่ต้องการมีสุขภาพดี ก็สามารถนำวิธีข้างต้นไปใช้ได้ทันที

วิธีการสร้างสุขภาพดี

เรื่องสำคัญของ พุง มาตรฐานชี้วัดด้านสุขภาพ

เรื่องสำคัญของ พุง มาตรฐานชี้วัดด้านสุขภาพ

เชื่อว่าหลายท่านไม่เคยหยิบสายวัดมาวัดรอบพุงตัวเองจนกว่าจะซื้อกางเกงตัวใหม่ เพราะมักจะชั่งน้ำหนักกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้รู้สึกว่ารอบเอวกำลังขยาย จนกระทั่งเริ่มรู้สึกอึดอัดกับกางเกงที่สวมอยู่ว่าทำไมคับแน่นเกินไปแล้ว ลองหยิบสายวัดมาตรวจสอบกันตอนนี้ดู ถ้าเป็นผู้ชาย รอบพุงไม่ควรเกิน 36 นิ้ว หรือ 90 ซ.ม. ส่วนผู้หญิงไม่ควรเกิน 32 นิ้ว หรือ 80 ซ.ม.

ทำไมเรื่องขนาดรอบพุงจึงสำคัญนัก เพราะเป็นตัวชี้วัดว่าแต่ละบุคคลจะมีความเสี่ยงหรือไม่ในด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในเรื่อง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ถ้าใครวัดแล้วมีความยาวเกินที่กล่าวข้างต้น ก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ยิ่งเกินมาก ยิ่งเสี่ยงมาก พุงจึงเป็นการตรวจสอบที่ง่ายที่สุดว่าถึงเวลาที่จะต้องหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันได้แล้วหรือยัง

การลดพุงทำได้อย่างไร

หาความรู้ ก่อนอื่นใดจะต้องตระหนักถึงภัยร้ายและผลกระทบหากมีรอบพุงเกินกำหนดเสียก่อน โดยการหาความรู้เพิ่มเติมในอินเทอร์เน็ต เพื่ออ่านข้อมูลที่ช่วยยืนยันและตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดูแลขนาดความยาวรอบพุงเสียตั้งแต่วันนี้ และทำอย่างต่อเนื่องจนรอบพุงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และคงขนาดรอบพุงที่เหมาะสมให้ต่อเนื่องไปได้อีกเป็นเวลานาน

สร้างแรงจูงใจ จะทำสิ่งใด ถ้าไม่มีแรงจูงใจก็คงจะหมดกำลังใจไปเสียก่อน หาภาพบุคคลที่คุณชื่นชอบเรื่องรูปร่างที่สมส่วน ไม่ต้องถึงกับเป็นนางแบบหุ่นดีหรือนายแบบหุ่นล่ำสัน แต่ให้มีรูปร่างแบบคนธรรมดาที่ดูสุขภาพดี การดูรูปเหล่านี้บ่อย ๆ จะทำให้คุณมีแรงใจในการทำตามเป้าหมายต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการงดทานอาหารทอด อาหารหวาน มัน เค็ม ที่โปรดปราน หรือการขยับตัวมาออกกำลังกาย

กินอาหารที่เหมาะสม เมื่อมีความรู้และกำลังใจที่ดีแล้ว ก็มาเริ่มการเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่กินให้อิ่มมากเกินไป และกินอาหารที่หลากหลาย หลีกเลี่ยงอาหารทอด ขนมกรุบกรอบ อาหารปิ้งย่าง อาหารคอเลสเตอรอลสูง เช่น หอยนางรม ปลาหมึก รวมถึงอาหารรสจัด หวาน มัน เค็ม การเลือกกินจะทำให้สุขภาพค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นและมีขนาดรอบพุงลดลงได้

ออกกำลังกาย เมื่อกินอาหารเข้าไปแล้ว ก็ต้องมีการออกกำลังกายบ้าง เช่น การแกว่งแขน การออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อให้ร่างกายได้มีการขยับเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ไม่ติดอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินไป ไม่ออกกำลังกายแบบหักโหมเพียงเพื่อต้องการเห็นผลระยะสั้น เพราะต้องเข้าใจก่อนว่า ที่ผ่านมาระหว่างที่อ้วนลงพุงมากขึ้นเรื่อย ๆ นั้นเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับสมดุล จึงควรออกกำลังกายเบา ๆ แต่พอดี ไม่ฝืนกำลังตนเอง เพราะจะบาดเจ็บได้

วัดผล หมั่นสังเกตและจดบันทึกความยาวรอบพุงอยู่เสมอ เพื่อให้มีกำลังใจในการทำตามแผนลดพุงต่อไป วันนี้ 39 นิ้ว เดือนหน้า 38.5 นิ้ว คุณก็จะมีกำลังใจเพราะเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี เป็นรางวัลตอบแทนที่มีค่ายิ่ง

ขนาดความยาวรอบพุง เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบอยู่เสมอ เพื่อให้รู้ทันการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ปรับการกิน การออกกำลังกายให้เหมาะสมให้รอบพุงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด และไขมันในเลือดสูง

การลดพุงทำได้อย่างไร

เคล็ดลับปรุงผักเพื่อสุขภาพ คุณค่าสารอาหารครบถ้วน

หั่นผักก่อนปรุง และขนาดพอเหมาะ

ผักเป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น ควรปรุงอาหารที่มีผักเป็นประจำเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยแต่ละวันต้องรับประทานพืชผักที่มีปริมาณมากพอสำหรับความต้องการของร่างกาย แต่การบริโภคผักจำนวนมากอาจไม่มีประโยชน์หากคุณยังคงปรุงผักไม่ถูกต้อง ตั้งแต่วิธีเก็บผัก วิธีการหั่นผัก ไปจนถึงปรุงอาหารเป็นตัวกำหนดคุณค่าทางโภชนาการเพื่อให้ได้รับคุณค่าสารอาหารครบถ้วน มีคำแนะนำเกี่ยวกับการสไตล์อาหารปรุงผักรักษาสารอาหารให้ได้ประโยชน์มากที่สุดมาฝากกันดังนี้

1.หั่นผักก่อนปรุง และขนาดพอเหมาะ

การหั่นผักผิดวิธีทำให้เสียคุณค่าทางอาหาร สเต็ปสำคัญคือล้างผักก่อนแล้วจึงหั่น อย่าทำตรงกันข้ามยิ่งทำให้สูญเสียคุณค่ามากขึ้นไปอีก หลายคนหั่นผักและเก็บใส่ตู้เย็นไว้ใช้ในภายหลัง ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ดี การหั่นผักเก็บไว้เป็นเวลานานทำให้เสียคุณค่าและความกรอบอร่อย เพราะเมื่อสับแล้วจะสัมผัสกับอากาศทำให้ผักสูญเสียความชื้นและแห่ง ควรหั่นผักสดระหว่างทำอาหารจะคงความสดใหม่ได้นาน สำหรับการหั่นผักชิ้นขนาดพอเหมาะถือเป็นเคล็ดลับอีกข้อหนึ่งที่ช่วยรักษาคุณค่าทางสารอาหารไว้ได้ คือสับผักเป็นชิ้นขนาดพอดี ไม่หั่นชิ้นใหญ่จะปรุงสุกช้าทำให้เสียคุณค่าทางโภชนาการ แต่ก็ไม่ควรซอยผักเป็นชิ้นเล็ก ๆ เหมือนกับที่เห็นเชฟต่างชาตินิยมเพราะทำให้สูญเสียสารอาหารเช่นกัน

2.ปรุงอาหารไม่นานเกินไป

เวลาทำอาหารประเภทปรุงสุกด้วยความร้อน ถ้าหั่นผักขนาดพอดีจะใช้เวลาไม่นานก็สุกและกรอบอร่อย แต่ถ้าต้มผักเคี่ยวเปื่อยเป็นเวลานานจะเป็นสาเหตุหลักทำให้สูญเสียอาหารคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะวิตามินส่วนใหญ่มีความไวต่อความร้อน ไม่ควรใช้เวลาผัด นึ่ง หรือต้มนานเกินไป ปรุงผักนานเท่าไรก็เสียคุณค่าไปเท่านั้น นอกจากนั้นควรปรุงอาหารผักใช้น้ำน้อย หลังจากน้ำเดือดแล้วหรี่ไฟอ่อนที่สุด ถ้าใส่น้ำมากเกินไปจะทำให้สารอาหารละลายออกมาอยู่ในน้ำ แนะนำให้รับประทานน้ำซุปด้วยจะได้รับคุณค่าสารอาหารมากขึ้น การปิดฝาหม้อขณะต้มจะช่วยลดเวลาในการทำอาหาร

3.ต้มผักเมื่อน้ำเดือดจัด

การต้มผักเป็นวิธีทำลายสารอาหารและวิตามินมากที่สุด แต่สำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานผักที่ต้มเปื่อยย่อยง่าย มีเคล็ดลับการต้มผักที่ถูกวิธีมาแนะนำโดยเริ่มจากใช้ปริมาณน้ำน้อยที่สุด รอให้น้ำเดือดจัดแล้วใส่ผักลงไป ปิดฝาหม้อทุกครั้งเพื่อให้ผักสุกเร็วขึ้น ไม่ควรต้มนาน อาจจะใช้วิธีแบ่งผักต้มทีละน้อยพอดีมื้อ ไม่ต้องต้มหม้อใหญ่ทำให้ใช้เวลานานและสูญเสียคุณค่ามาก ส่วนการลวกผักสดให้รอน้ำเดือดใส่ผักลงไป เมื่อน้ำเดือดอีกครั้งตักขึ้นได้เลย

4.หลีกเลี่ยงการอุ่นอาหารซ้ำ

การรับประทานอาหารปรุงสดใหม่ให้คุณค่าทางสารอาหารครบถ้วนและดีต่อสุขภาพด้วย การอุ่นอาหารซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง โดยเฉพาะการรับประทานไม่หมดแล้วอุ่นซ้ำทำให้เสียคุณค่าทางโภชนาการ ซ้ำร้ายกระบวนการทางเคมีของอาหารเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหลายด้าน ควรปรุงอาหารปริมาณพอดีในแต่ละมื้อเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเก็บอาหารเหลือมาอุ่นรับประทานอีก

เคล็ดลับปรุงผักเพื่อสุขภาพ คุณค่าสารอาหารครบถ้วน

วิธีดูแลสุขภาพในฤดูฝน

1.ดื่มน้ำ

ในแต่ละวันเราควรเดิมน้ำเปล่าให้เยอะ ๆ หรือวันละ 8 แก้ว เพราะน้ำจะช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย และยังช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อโรค ไม่เป็นหวัดง่าย

2.นอนพักผ่อนร่างกาย

เราควรนอนหลับพักผ่อนร่างกายอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ หากใครที่มีปัญหาในการนอนหลับ เช่น หลับยาก ให้รับประทานกล้วย เพราะในกล้วยจะมี ทริปโตเฟน ช่วยให้เราหลับง่ายขึ้นนั่นเอง

3.พกร่มและเสื้อกันฝน

ช่วงฤดูฝน ควรจะร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวเวลาออกนอกบ้าน เพื่อป้องกันร่างกายไม่ให้เปียกฝน เพราะฝนคือสาเหตุของการเป็นไข้หวัด

4.ห้ามให้ยุงกัด

ในฤดูฝน โรคไข้เลือดออกระบาดมาก จึงควรป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด เช่น การกางมุ้งนอน หรือทาโลชั่นกันยุง ช่วยไล่ยุงได้

5.รับประทานอาหารที่ปรุงสุก

ควรที่จะเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ๆ เพราะไม่งั้นอาจเกิดโรคระบบทางเดินอาหารได้ง่าย หรืออาจเป็นอาหารเป็นพิษ

วิธีดูแลสุขภาพในฤดูฝน

สุขภาพ ที่ดีมีได้ไม่ยาก ขึ้นอยู่ที่ตัวเราเองทั้งนั้น

สุขภาพ

การที่จะมีสุขภาพที่ดีได้นั้นไม่ได้จะไปหาซื้อจากที่ไหนก็ได้ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำได้ด้วยตัวเองไม่ว่าจะด้วยการ ออกกำลังกาย การทำงานต่างๆ เพื่อให้สุขภาพเราดีขึ้นได้ด้วย การออกกำลังกาย ทุกวันถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เราควรทำเลยทุกวัน ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายให้นา่นมากไป เพราะอาจจะเป็นการทำลายกล้ามเนื้อของเราเองเสียเปล่าๆ สุขภาพที่ดี มีวิธีทำอยู่หลายแบบ หลายอย่าง ไม่ต้องไปเสียเงินออกกำลังกายเป็นคลอสหรืออะไรที่ต้องเสียเงิน สามารถทำเองได้ทั้งนั้น

ดื่มน้ำให้มาก ต่อวัน

1.ดื่มน้ำให้มาก ต่อวัน การดื่มน้ำให้ได้เยอะๆต่อวันเป็นเรื่องที่ดีมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม เพราะการที่เราได้ดื่มน้ำเข้าไปเยอะๆ แล้ว จะทำให้ร่างกายของเราได้มีการล้างสิ่งต่างๆที่อยู่ในร่างการ หรือเป็นการช่วยไตให้ทำงานได้ดีมากขึ้น เพราะการดื่มน้ำ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ยากเลย แต่บางคนจะไม่ชอบตรงที่ว่าจะต้องไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆนั้นเอง หลายคนกินน้ำก็ไม่ได้เยอะอะไรมากมายต่อวัน แต่เราเองควรทำได้เลยก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากเลยทีเดียว

ออกกำลังกาย

2.การออกกำลังกาย ทุกวัน ไม่จำเป็นจะต้องออกกำลังกายให้หักโหเกินไปเพื่อที่จะต้องการลดน้ำหนัก หรือฟิตหุ่นให้ดีขึ้นนั้นเอง ต้องออกให้พอเหมาะพอดี ต่อร่างกายของเรา ให้แนะนำก็คือ ออกกำลังกายวันละ 30 นาทีก็พอแล้ว อาจจะเป็นช่วงเย็นหลังเลิกงานมาก็ได้ แล้วอาบน้ำนอนพักผ่อนไปเป็นตามปกติ หลังจากที่ออกกำลังกายมาใหม่ ก็อย่าพึ่งไปดื่มน้ำ เพราะอาจจะทำให้เราจุกเลยก็เป็นได้ ควรกินหลังจากที่ออกกำลังกายสัก 20 นาทีต่อมา

สุขภาพจะดีได้ขึ้นอยู่ที่ตัวเรา สามารถทำได้เองทุกวัน และไม่ต้องออกไปทำนอกบ้านหรือจะต้องไปเสียเงินเพื่อต้องการให้ร่างกายดีขึ้น ทำเองได้เลยที่บ้าน เรื่องง่ายๆ ที่ใครๆก็ทำได้ แล้วคุณละ ทำได้หรือเปล่า ต้องมาลองกันนะคะ แล้วเราจะรู้ว่าชัยชนะรอคุณอยู่คะ

ดูแลสุขภาพอย่างไรให้ห่างไกลโรคไขมันในเลือดสูง

โรคไขมันในเลือดสูง เป็นปัญหาสุขภาพที่ทำให้คนทั่วโลกเสียชีวิตจากการมีไขมันอุดตันในเส้นเลือด ทำให้ความดันเลือดสูงและเกิดภาวะเส้นเลือดในสมองตีบ ทำให้เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้

ในวันนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคไขมันในเลือดสูงมาฝากกัน ดังนี้

1. ลดอาหารที่มีไขมันจากเนื้อสัตว์ปริมาณมาก เช่น เนื้อหมูติดมัน หนังไก่ เครื่องในของสัตว์ เป็นต้น เพราะในอาหารเหล่านี้จะมีไขมันชนิดอิ่มตัว (saturated fat) และไขมันทรานส์ (trans fat) เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีการวิจัยพบว่าการรับประทานไขมันเหล่านี้เพียงวันละ 2% เป็นประจำ จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นภาวะไขมันในเลือดสูงและโรคหัวใจเพิ่มขึ้นถึง 25 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ยังควรรับประทานอาหารจำพวกที่ใช้กรรมวิธีการทอดและมีกะทิผสมอยู่ให้น้อยลง ตัวอย่างเช่น แกงกะทิ ขนมวุ้นกะทิ ปาท่องโก๋ โรตี เบคอนทอด หมูกรอบ หนังไก่ทอด เป็นต้น เพราะจะเพิ่มปริมาณไขมันจากน้ำมันชนิดอิ่มตัวที่ใช้ทอดเข้าสู่ร่างกายด้วย

2. เพิ่มการรับประทานอาหารพวกผักกากใย โดยเฉพาะข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอรรี่ ถั่วเหลือง ถั่วอัลมอนด์ ฯลฯ เพราะจะมีไขมันชนิดดีที่เรียกว่า plant phytosterols อยู่ ซึ่งจะช่วยลดการดูดซึมไขมันชนิดร้ายจากอาหาร และปรับสมดุลไขมันคอเลสเตอรอลในระบบเลือดได้ดียิ่งขึ้น

3. ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน กล่าวคือ ไม่ปล่อยให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเกินระดับ BMI = 25 โดย BMI คำนวณได้จากน้ำหนักเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลัง 2

เพราะทางการแพทย์พบว่าถ้าค่านี้ยิ่งสูง ก็ยิ่งมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไขมันในเลือดสูงควบคู่กับโรคอ้วน ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะปัญหาสุขภาพในระยะยาวอีกมากมาย เช่น โรคเบาหวาน ภาวะไขมันเกาะตับ หรือโรคมะเร็งบางชนิดได้

4. เพิ่มการออกกำลังกายให้มากขึ้น มีการวิจัยพบว่าออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอครั้งละ 30 นาทีเป็นประจำทุกวัน หรืออย่างน้อยวันเว้นวันจะช่วยปรับสมดุลของระดับไขมันในร่างกายได้ ลดไขมันตัวร้ายอย่างไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอลชนิด LDL ได้ และยังเพิ่มสัดส่วนของไขมันชนิดดีที่เรียกว่า HDL ที่ร่างกายสร้างจากตับได้อีกด้วย

ดังนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หากต้องการห่างไกลจากโรคไขมันในเลือดสูง ทั้งนี้ต้องเลือกกีฬาที่เหมาะสมกับภาวะสุขภาพและวัย เช่น ผู้สูงอายุ ควรว่ายน้ำ ไทเก็ก โยคะ ส่วนวัยรุ่นสามารถเล่นกีฬาหลายชนิด เช่น ไตรกีฬา เทนนิส บาสเกตบอล ฟุตบอล เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า เพียงใส่ใจเรื่องชนิดอาหาร การออกกำลังกายที่เหมาะสม และควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์มาตรฐาน ก็จะทำให้เราทุกคนห่างไกลจากปัญหาสุขภาพได้มากมาย โดยเฉพาะโรคไขมันในเลือดสูง

ดูแลสุขภาพอย่างไรให้ห่างไกลโรคไขมัน

การดูแลสุขภาพผู้สูงวัยในบ้านให้ปลอดโรค ปี 2019

ประเทศไทยของเราก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้วในปี 2019 ซึ่งมีการศึกษาว่าจะมีผู้สูงวัยอายุเฉลี่ยยาวนานถึง 80 ปีเป็นจำนวนมาก ซึ่งเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับผู้สูงอายุที่บุตรหลานต้องให้ความสนใจ เพื่อลดภาระในการดูแลยามเจ็บป่วยและป้องกันปัญหาค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่สูงตามมาในอนาคตด้วย

โรคเกี่ยวกับหัวใจและเส้นเลือด

มักเกิดจากการขาดการออกกำลังกายมาเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากการทำงานค่อนข้างหนักมาตลอดชีวิต ร่วมกับการมีวิถีชีวิตที่ไม่เหมาะสม ทั้งการบริโภคอาหาร เครื่องดื่ม และการพักผ่อนที่ไม่สมดุลตามหลักการแพทย์

วิธีการดูแลสุขภาพในโรคที่เกี่ยวกับหัวใจและเส้นเลือดจึงต้องปรับที่อาหารการกิน บุตรหลานต้องดูแลที่การเพิ่มโปรตีนจากถั่ว เนื้อปลาที่ย่อยง่าย เนื้อไก่ที่มันน้อย ทำให้ซ่อมแซมร่างกายได้ดี ปรับสมดุลไขมัน และน้ำตาลในเส้นเลือดได้ดีขึ้น ทั้งนี้ ควรเลือกใช้น้ำมันพืชที่มีโอเมก้า3 สูง สำหรับช่วยลดระดับ cholesterol ในเส้นเลือดได้อีกทางหนึ่งด้วย

ส่วนการออกกำลังกาย ควรพาไปเล่นโยคะหรือเดินเล่นในสวนเป็นประจำเพื่อให้อารมณ์ผ่อนคลายและหลับง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลโดยรวมในเชิงบวกต่อภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ

โรคเกี่ยวกับกระดูกและไขข้อ

เรียกได้ว่าปัญหาข้อเสื่อม กระดูกพรุนเป็นโรคที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย จะเดินทางไปไหน ก็จะมีความยากลำบาก ปวดตามข้อต่อทั่วร่างกายอยู่เสมอ อันเนื่องจากผู้หญิงในวัยที่ประจำเดือนจะมีฮอร์โมนที่ช่วยป้องกันภาวะกระดูกพรุนอยู่ แต่เมื่อเข้าสู่วัยทองจะขาดฮอร์โมนนี้ไป และในผู้ที่แต่งงานมีบุตร ก็จะมีการสูญเสียแคลเซียมไปให้ลูกระหว่างการตั้งครรภ์ด้วย จึงมีเปอร์เซ็นต์เป็นโรคกระดูกพรุนเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนในผู้ชาย จะประสบปัญหาโรคกระดูกพรุนอย่างช้า ๆ ตามฮอร์โมนที่ลดการสร้างลงไปเรื่อย ๆ

การป้องกันปัญหาสุขภาพนี้ทำได้โดยให้ผู้สูงวัยรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นมถั่วเหลือง น้ำเต้าหู้ ผักสีเขียวเข้ม เต้าหู้ ปลาเล็กทอดกรอบ และการทานรูปแบบแคลเซียมเม็ดในขนาดที่แพทย์แนะนำตามความเหมาะสมของแต่ละคน จึงจะป้องกันภาวะกระดูกพรุนในระยะยาวได้ดี

การดูแลสุขภาพผู้สูงวัยในบ้านให้ปลอดโรค

ผู้สูงอายุวัยเกิน 60 ปีขึ้นไปมักมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมัน ฯลฯ นอกจากนี้อาจมีปัญหาโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง เนื้องอกตามอวัยวะต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นต้องมีการควบคุมชนิดของอาหารที่รับประทานมากขึ้น บุตรหลานจึงควรใส่ใจในการพาผู้สูงวัยไปพบแพทย์ประจำตัวที่โรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอพร้อมทั้งแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ ในการดูแล หรือแจ้งความผิดปกติที่พบในผู้สูงวัย หากมีคำถามควรปรึกษาแพทย์คนเดียวกันนี้ให้เข้าใจถ่องแท้ เพื่อการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด

สิ่งที่ห้ามพลาด ในการซื้อประกันสุขภาพ

สิ่งที่ห้ามพลาด ในการซื้อประกันสุขภาพ

การทำประกันเป็นสิ่งที่ช่วยรองรับความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันในอนาคต ทำให้ผู้ทำประกันสามารถใช้สิทธิ์ต่างๆ ภายใต้การคุ้มครองของกรมธรรม์ ในกรณีของการทำประกันสุขภาพก็เช่นเดียวกัน จำเป็นที่ผู้สนใจต้องศึกษาให้เข้าใจเงื่อนไขและรายละเอียดอย่างถ่องแท้ ก่อนการจรดปากกาเซ็นต์สัญญากรมธรรม์ เพื่อการรักษาสิทธิ์ของตัวเอง ซึ่งจะมีอะไรบ้างที่ไม่ควรพลาด เรามาดูพร้อมกันเลย

โรคหรือภาวะความเจ็บป่วยที่ได้รับความคุ้มครองมีอะไรบ้าง

ประกันสุขภาพจะไม่ครอบคลุมการเบิกค่ายา ค่ารักษาพยาบาลทางการแพทย์ ในโรคที่ผู้ทำประกันเป็นอยู่ก่อนแล้ว ดังที่เห็นว่าตัวแทนประกันจะต้องขอให้ลูกค้าตรวจสุขภาพก่อน ซึ่งแม้จะมีบางบริษัทที่โฆษณาว่าไม่ต้องตรวจร่างกาย แต่ก็จำเป็นต้องสอบถามเงื่อนไขในการรักษาพยาบาลในอนาคตไว้ด้วย เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดอันทำให้เสียเบี้ยประกันไปอย่างเปล่าประโยชน์

การทำประกันสุขภาพให้สิทธิ์ในการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเมื่อใด

ภายหลังการทำประกันสุขภาพแล้ว ไม่ใช่ว่าผู้เป็นเจ้าของกรมธรรม์จะสามารถขอเคลมค่ารักษาพยาบาลได้ทันที จำเป็นต้องเว้นระยะเวลาราว 30 วัน หลังการยื่นเอกสารหลักฐานอย่างครบถ้วนจึงจะมีสิทธิ์เบิกได้ ทั้งนี้ยังมีข้อยกเว้นในกรณีที่เป็นกลุ่มโรคเรื้อรังหรือโรคร้ายแรงบางชนิด เช่น โรคเนื้องอก โรคมะเร็ง โรคนิ่ว ฯลฯ จำเป็นต้องรอคอยเวลานานกว่านั้น อาจเป็นระยะเวลา 3 – 4 เดือนเลยทีเดียว

ประกันสุขภาพปฏิเสธการจ่ายเงินลูกค้าได้ไหม

คำถามนี้มักพบกับผู้ที่ทำประกันสุขภาพไปแล้วไม่สามารถเคลมเงินประกันได้ เราจึงควรทราบว่าทางบริษัทสามารถปฏิเสธการจ่ายได้ หากเข้าข่ายกรณีต่อไปนี้

  1. โรคร้ายที่ลูกค้ากำลังเผชิญอยู่นั้น ถูกตรวจสอบพบว่าอยู่ในประวัติการรักษาของโรงพยาบาลมาก่อนการทำประกันสุขภาพ
  2. เป็นการรักษาเกี่ยวกับความสวยงาม เช่น รักษาสิว ฝ้า การทำเลเซอร์ลบรอยแตกลาย หรือกำจัดขนตามหน้าอก แขนขา รวมถึงการทำโบท็อกซ์ ศัลยกรรมเล็ก-ใหญ่เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความงาม เป็นต้น
  3. การนวด การฝังเข็มหรือการรักษาอื่นๆ ด้วยวิถีทางแพทย์แผนโบราณหรือแพทย์ทางเลือก
  4. การคลอดบุตร หรือการผสมเทียม การทำเด็กหลอดแก้ว กรณีผู้มีบุตรยาก

หลายท่านอาจเคยได้ยินกันมาบ้างว่ามีตัวแทนบริษัทบางรายแนะนำลูกค้าให้ปิดบังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโรคที่เป็น โดยอ้างว่าสามารถมีวิธีการป้องกันความลับนี้ไว้ได้ (หากเกินสองปีจะพ้นระยะที่บริษัทจะยกเลิกกรมธรรม์) ซึ่งแท้ที่จริงแล้วบุคคลเหล่านี้เป็นตัวแทนที่เห็นแก่ตัวจำนวนน้อยที่ทำเช่นนั้น เพื่อต้องการค่าคอมมิชชั่นจากการขาย ซึ่งหากทางบริษัทมีการตรวจสอบภายหลังว่ามีการปิดบังข้อมูล ก็มีสิทธิ์ยกเลิกสัญญากรมธรรม์กับลูกค้าได้ตามกฎหมาย

จะเห็นได้ว่า การทำประกันสุขภาพต้องใส่ใจในเงื่อนไขและสิทธิ์ประโยชน์ต่างๆ อย่างรอบด้าน ก่อนการตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพทุกครั้ง ควรสอบถามเพื่อความมั่นใจและศึกษาข้อมูลในเอกสารกรมธรรม์ให้ละเอียดว่าตรงกับที่ตัวแทนประกันแจ้งไว้หรือไม่ หากมีข้อสงสัยใดๆ แนะนำให้สอบถามกับทางบริษัทโดยตรงจะดีที่สุด