วิธีดูแลสุขภาพ

วิธีดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรคความดันโลหิตสูง

ดูแลร่างกายให้ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูง เป็นปัญหาสุขภาพของคนไทยและคนทั่วโลกอย่างมาก ซึ่งเดิมทีจะพบในกลุ่มผู้สูงอายุวัยหลังเกษียณ ซึ่งเกิดจากความเสื่อมโทรมของร่างกายตามธรรมชาติ แต่มีผลการวิจัยที่ยืนยันว่า ในปัจจุบัน กลุ่มคนที่อายุน้อยลง เช่น วัยรุ่น วัยทำงาน เป็นภาวะความดันโลหิตสูงมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน การบริโภคที่ไม่เหมาะสมและการขาดการออกกำลังกาย

ดูแลร่างกายให้ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูง

การออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายจะช่วยในการสร้างสมดุลของระบบหัวใจและหลอดเลือด ให้ทำงานเป็นปกติยิ่งขึ้น ช่วยในการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน รวมถึงลดระดับไขมันที่อุดตันในเส้นเลือด หรือโคเรสเตอรอลที่อุดตันหลอดเลือดทำให้เสี่ยงต่อภาวะหัวใจวาย

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพแนะนำให้ออกกำลังกายวันละครึ่งชั่วโมง เป็นประจำสม่ำเสมอหรืออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ตามความเหมาะสมของพื้นฐานสุขภาพแต่ละคน จะทำให้ระดับความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ 120/80 มากยิ่งขึ้น

การควบคุมอาหาร อาหารบางชนิดจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงได้ โดยเฉพาะคนที่มีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงจากพันธุกรรมอยู่แล้ว จากการมีประวัติของคนในครอบครัว จึงต้องลดการบริโภคลง ได้แก่ อาหารที่มีเกลือเข้มข้นสูง เช่น ซีอิ๊ว น้ำปลา น้ำปลาร้า ซอสมะเขือเทศ รวมถึง อาหารที่ใส่ผงฟู เช่น ขนมปัง เค้ก คุ้กกี้ หรือผงชูรสในอาหาร หากประกอบอาหารเอง ต้องลดสัดส่วนของสารที่กล่าวมาอย่างน้อย 1 ในสาม ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข

การฝึกจิตใจให้ปล่อยวาง การมีปัญหาความเครียดสะสม จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น หลอดเลือดหดเกร็งตัว แล้วไปเพิ่มระดับความดันโลหิตสูงให้สูงขึ้น ซึ่งเราอาจเคยได้ยินข่าวว่าผู้ที่มีความเครียดมากจนทำให้ระดับความดันโลหิตสูงขึ้น จนอาจเกิดภาวะหัวใจวายได้ การฝึกจิตใจด้วยการปล่อยวางความเครียด อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป และให้เวลากับการพักผ่อนให้มากขึ้น จะทำให้ลดภาวะเครียดได้ดียิ่งขึ้น

เลิกการสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่จะทำให้ร่างกายได้รับสารนิโคตินในปริมาณสูง ทำให้หลอดเลือดสูญเสียคุณสมบัติด้านการยืดหยุ่นที่ดีไป และยังได้รับสารอื่น ๆ ที่กระตุ้นให้หัวใจเต้นถี่ขึ้น เกิดการหลั่งสารอะดรีนาลีนซึ่งทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหากคุณไม่ต้องการที่จะเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง ก็ควรลดการสูบบุหรี่ลงด้วย หรือถ้าเลิกสูบบุหรี่ได้ จะยิ่งดีมาก

เราหวังว่าบทความนี้จะให้แนวทางในการดูแลสุขภาพที่ดี เพื่อให้ทุกท่านนำไปปรับใช้ให้ห่างไกลจากโรคความดันโลหิตสูงได้ดียิ่งขึ้น

โรคความดันโลหิตสูง

บอกต่อวิธีดูแลสุขภาพไม่ให้เป็นหวัดง่ายปี 2019

บอกต่อวิธีดูแลสุขภาพไม่ให้เป็นหวัดง่ายปี 2019

โรคหวัด เป็นอาการที่พบได้บ่อยในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน สังเกตจากการเริ่มเป็นไข้ จาม คัดจมูก เจ็บคอ ฯลฯ ซึ่งอาจจะเกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียแทรกซ้อนก็เป็นได้การดูแลสุขภาพให้ดีจากการใส่ใจกิจวัตรประจำวันก็จะช่วยให้ลดความถี่ในการเป็นหวัดได้ดียิ่งขึ้น

ในบทความนี้ เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคหวัดมาฝากกัน

1. การดื่มน้ำผลไม้คั้นสดเป็นประจำจะทำให้คุณได้รับวิตามินซีที่เข้มข้นตามธรรมชาติ โดยเฉพาะแอปเปิ้ล ฝรั่ง ส้ม เสาวรส สตอเบอรี่ มะนาว ฯลฯ ที่จะช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานให้แข็งแรงขึ้นได้ถ้ารับประทานเป็นประจำ ทั้งยังทำให้รู้สึกสดชื่นระหว่างวันมากยิ่งขึ้นด้วย

2. นวดเพื่อผ่อนคลายบ่อย ๆ หรือการนวดแผนโบราณเพื่อคลายเส้นและความตึงเครียด มีการศึกษาพบว่าจะช่วยกระตุ้นให้เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น และยังช่วยในการกระตุ้นระบบต่อมน้ำเหลืองที่สำคัญต่อการป้องกันโรคหวัด แต่ถ้ามีโรคประจำตัว เช่น ความดันสูง โรคหัวใจ หรือต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

3. ดื่มน้ำชาเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นชาดำ ชาเขียว ผสมมะนาว น้ำผึ้ง ก็สามารถที่จะกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานได้ดีขึ้น จากวิตามินซีและสารโปรตีนที่มีคุณค่าของน้ำผึ้งที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต่อโรคหวัดได้ นอกจากนี้ ไอระเหยจากน้ำชา ก็ยังช่วยให้รู้สึกโล่งจมูกมากขึ้นได้

4. ล้างมือบ่อย ๆ จะทำให้ลดปริมาณของเชื้อโรคที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนเข้าร่างกาย โดยการสัมผัสใบหน้าจมูกปาก หากมีบุตรหลานวัยเด็กเล็กก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง ล้างมือบ่อยยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อไปสู่เด็กซึ่งภูมิต้านทานอ่อนแอกว่าได้

นวดเพื่อผ่อนคลายบ่อยๆ

5. นอนหลับอย่างเพียงพออย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง จะช่วยการซ่อมแซมฟื้นฟูเซลล์ร่างกายที่ทำงานหนัก ทำให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรงขึ้น จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นหวัดได้

6. สวมถุงเท้าเวลานอน เพื่อช่วยให้อุณหภูมิของร่างกายคงที่อบอุ่นอยู่เสมอโดยเฉพาะผู้ที่นอนในห้องแอร์ และเด็กเล็กที่ผิวหนังบอบบาง

7. รับประทานอาหารจำพวกโปรตีนและสังกะสี เช่น ไข่ไก่ และอาหารทะเล มีการวิจัยพบว่าจะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว จึงลดความเสี่ยงในการเป็นหวัดได้

8. ออกกำลังกาย ด้วยการวิ่ง ว่ายน้ำ โยคะ เต้นแอโรบิก เป็นประจำวันละ 30 นาที จะช่วยกระตุ้นให้ต่อมน้ำเหลืองทำงานดีขึ้น

วิธีการป้องกันโรคหวัดที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่ควรทำในชีวิตประจำวัน ถ้าทำได้อย่างสม่ำเสมอจะทำให้สุขภาพดีขึ้นและห่างไกลจากโรคอื่นได้ด้วย