General

เรื่องสำคัญของ พุง มาตรฐานชี้วัดด้านสุขภาพ

เรื่องสำคัญของ พุง มาตรฐานชี้วัดด้านสุขภาพ

เชื่อว่าหลายท่านไม่เคยหยิบสายวัดมาวัดรอบพุงตัวเองจนกว่าจะซื้อกางเกงตัวใหม่ เพราะมักจะชั่งน้ำหนักกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้รู้สึกว่ารอบเอวกำลังขยาย จนกระทั่งเริ่มรู้สึกอึดอัดกับกางเกงที่สวมอยู่ว่าทำไมคับแน่นเกินไปแล้ว ลองหยิบสายวัดมาตรวจสอบกันตอนนี้ดู ถ้าเป็นผู้ชาย รอบพุงไม่ควรเกิน 36 นิ้ว หรือ 90 ซ.ม. ส่วนผู้หญิงไม่ควรเกิน 32 นิ้ว หรือ 80 ซ.ม.

ทำไมเรื่องขนาดรอบพุงจึงสำคัญนัก เพราะเป็นตัวชี้วัดว่าแต่ละบุคคลจะมีความเสี่ยงหรือไม่ในด้านสุขภาพ โดยเฉพาะในเรื่อง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ถ้าใครวัดแล้วมีความยาวเกินที่กล่าวข้างต้น ก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ยิ่งเกินมาก ยิ่งเสี่ยงมาก พุงจึงเป็นการตรวจสอบที่ง่ายที่สุดว่าถึงเวลาที่จะต้องหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกันได้แล้วหรือยัง

การลดพุงทำได้อย่างไร

หาความรู้ ก่อนอื่นใดจะต้องตระหนักถึงภัยร้ายและผลกระทบหากมีรอบพุงเกินกำหนดเสียก่อน โดยการหาความรู้เพิ่มเติมในอินเทอร์เน็ต เพื่ออ่านข้อมูลที่ช่วยยืนยันและตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดูแลขนาดความยาวรอบพุงเสียตั้งแต่วันนี้ และทำอย่างต่อเนื่องจนรอบพุงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และคงขนาดรอบพุงที่เหมาะสมให้ต่อเนื่องไปได้อีกเป็นเวลานาน

สร้างแรงจูงใจ จะทำสิ่งใด ถ้าไม่มีแรงจูงใจก็คงจะหมดกำลังใจไปเสียก่อน หาภาพบุคคลที่คุณชื่นชอบเรื่องรูปร่างที่สมส่วน ไม่ต้องถึงกับเป็นนางแบบหุ่นดีหรือนายแบบหุ่นล่ำสัน แต่ให้มีรูปร่างแบบคนธรรมดาที่ดูสุขภาพดี การดูรูปเหล่านี้บ่อย ๆ จะทำให้คุณมีแรงใจในการทำตามเป้าหมายต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการงดทานอาหารทอด อาหารหวาน มัน เค็ม ที่โปรดปราน หรือการขยับตัวมาออกกำลังกาย

กินอาหารที่เหมาะสม เมื่อมีความรู้และกำลังใจที่ดีแล้ว ก็มาเริ่มการเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่กินให้อิ่มมากเกินไป และกินอาหารที่หลากหลาย หลีกเลี่ยงอาหารทอด ขนมกรุบกรอบ อาหารปิ้งย่าง อาหารคอเลสเตอรอลสูง เช่น หอยนางรม ปลาหมึก รวมถึงอาหารรสจัด หวาน มัน เค็ม การเลือกกินจะทำให้สุขภาพค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นและมีขนาดรอบพุงลดลงได้

ออกกำลังกาย เมื่อกินอาหารเข้าไปแล้ว ก็ต้องมีการออกกำลังกายบ้าง เช่น การแกว่งแขน การออกกำลังกายเบา ๆ เพื่อให้ร่างกายได้มีการขยับเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ไม่ติดอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานเกินไป ไม่ออกกำลังกายแบบหักโหมเพียงเพื่อต้องการเห็นผลระยะสั้น เพราะต้องเข้าใจก่อนว่า ที่ผ่านมาระหว่างที่อ้วนลงพุงมากขึ้นเรื่อย ๆ นั้นเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้น เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับสมดุล จึงควรออกกำลังกายเบา ๆ แต่พอดี ไม่ฝืนกำลังตนเอง เพราะจะบาดเจ็บได้

วัดผล หมั่นสังเกตและจดบันทึกความยาวรอบพุงอยู่เสมอ เพื่อให้มีกำลังใจในการทำตามแผนลดพุงต่อไป วันนี้ 39 นิ้ว เดือนหน้า 38.5 นิ้ว คุณก็จะมีกำลังใจเพราะเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี เป็นรางวัลตอบแทนที่มีค่ายิ่ง

ขนาดความยาวรอบพุง เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบอยู่เสมอ เพื่อให้รู้ทันการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ปรับการกิน การออกกำลังกายให้เหมาะสมให้รอบพุงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ห่างไกลโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด และไขมันในเลือดสูง

การลดพุงทำได้อย่างไร

รอให้ถึงเวลา ดูแลสุขภาพ ก็อาจจะสายเสียแล้ว

ความสะดวกทำให้เสียสุขภาพ

“สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง” คำกล่าวที่ดูเหมือนจะเข้ากับยุคสมัยปัจจุบันเป็นอย่างมาก น่าแปลกที่คนเรารู้ทั้งรู้ แต่ก็ยังทำ ยังทำในที่นี้หมายถึงทำร้ายตัวเองด้วยวิธีสารพัดไม่ต่างอะไรกับการเติมน้ำมันรถยนต์ผิดประเภท เป็นเครื่องเบนซินแต่ไปพลาดเติมน้ำมันดีเซล ร่างกายคนเราก็ไม่ต่างจากเครื่องยนต์ และเป็นเครื่องยนต์ที่ซับซ้อน มูลค่าสูงกว่ารถสปอร์ตหรูราคาสิบล้าน

นับตั้งแต่วัยเด็ก คนเราก็ถูกธุรกิจอุตสาหกรรมอาหาร ป้อนพลังงานที่ไม่เหมาะสมเข้าร่างกายแบบไม่รู้ตัว ทั้งขนมหวาน ลูกอม ขนมกรุบกรอบที่มีไขมันสูง อาหารจานด่วน ไอศกรีม รวมถึงน้ำอัดลมและน้ำหวาน ไม่นับถึงวัฒนธรรมการกินอาหารปิ้งย่างที่นำภัยร้ายเข้าสู่ร่างกายแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงไม่น่าแปลกใจที่พบว่า โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง จะปรากฏแก่กลุ่มคนที่มีอายุน้อยลง ๆ เหตุเพราะการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสมนี้เอง

ความสะดวกทำให้เสียสุขภาพ

นอกจากอาหารที่กินเข้าไปอย่างไม่เหมาะสมแล้ว ยังมีการออกกำลังกายที่น้อยลงด้วย จากพฤติกรรมเสพติดเทคโนโลยี รายการทีวีและสมาร์ทโฟน การเล่นเกมก็ทำให้เคลื่อนไหวร่างกายน้อยลงมาก ซึ่งต่างจากการละเล่นสมัยก่อนที่เน้นการเคลื่อนไหวของสายตาและร่างกาย นอกจากนี้วัยผู้ใหญ่ก็เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งรถยนต์ บันไดเลื่อน ลิฟต์ ทำให้โอกาสในการออกกำลังกายก็ลดน้อยลง

วิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องเร่งรีบทุกอย่างรวมถึงการกินที่เคี้ยวเร็วเกินไป การกินข้าวคำน้ำคำ กินไปคุยไป และการปรุงรสที่มากเกินพอดี ยิ่งทำให้อาหารไม่ย่อย เกิดลมในกระเพาะ การได้รับโซเดียมสูงจากเครื่องปรุงรสและน้ำซุปต่าง ๆ และยังมีความเสี่ยงจากอาหารเป็นพิษ หากบังเอิญกินอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะมีเชื้อโรคปน ก็ทำให้สุขภาพอยู่ในความเสี่ยง

ด้วยภาวะความเสี่ยงด้านต่าง ๆ จะกลายเป็นชนวนก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมาในระยะเวลาที่ร่างกายมีอายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพลดลง หรือพักผ่อนน้อยจากความเครียดในการทำงานและใช้ชีวิต ซึ่งหลายคนก็ถือว่าอาจจะสายเกินไปแล้วที่จะแก้ไขให้สุขภาพกลับมาดีดังเดิม หรือถ้าแก้ไขได้ก็ทำให้ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลราคาแพงอีก

จะดีกว่าไหม ถ้าคนเราจะคำนึงถึงสุขภาพกันตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอให้เกิดอาการของโรคปรากฏ แต่หันมาดูแลการกินและการอยู่ของตนเองว่าควรจะปรับปรุงเรื่องอะไรบ้าง อะไรที่ทำผิดแนวทางอยู่ก็ปรับเปลี่ยนเสียใหม่ หลายคนอาจจะปรับชีวิตแบบหน้ามือเป็นหลังมือถ้าจิตใจเข้มแข็งพอ แต่บางคนก็ต้องค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เริ่มจากการมองตัวเองในกระจก วัดรอบเอวว่าได้กี่นิ้ว ไปตรวจสุขภาพร่างกายประจำปีที่โรงพยาบาล รวมถึงสุขภาพในช่องปาก แล้วจดบันทึกเพื่อเปรียบเทียบการพัฒนาตนเอง จะทำให้มีกำลังใจดูแลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง

รอให้ถึงเวลา ดูแลสุขภาพ ก็อาจจะสายเสียแล้ว

โรคซึมเศร้า อาการป่วยที่บั่นทอนสุขภาพกายใจ ปี 2018

โรคซึมเศร้า อาการป่วยที่บั่นทอนสุขภาพกายใจ ปี 2018

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยรู้สึกผิดหวัง เศร้าเสียใจ เพราะสอบไม่ติด ไม่ผ่านสัมภาษณ์งาน โดนเจ้านายดุว่า อกหัก แฟนทิ้งไปมีคนใหม่ หรือคนที่รักเสียชีวิตจากไป คุณย่อมรู้สึกได้ถึงสุขภาพกายใจที่ถูกบั่นทอนความสุข นั่นคือ มีความเศร้าซึม หรือ มองโลกแบบ BLUE คือมันมัว ๆ หมอง ๆ ทำอะไรก็เบื่อ ไม่อยากขยับร่างกาย นอนไม่หลับ หรือไม่ก็อยากหลับไม่อยากตื่น อะไรที่เคยชอบก็ไม่อยากทำ อะไรที่เคยกินก็เบื่อ ไม่เจริญอาหาร หรือไม่ก็สุดโต่งอีกทาง คือกินไม่บันยะบันยัง กินให้อ้วนกันไปข้าง

อาการทั้งหมดนี้ เข้าข่าย “อาการซึมเศร้า” ทั้งสิ้น ซึ่งต้องรีบหาทางเยียวยาตัวเองก่อนที่จะปล่อยให้เรื้อรังยืดยาวไปนานเป็นสิบ ๆ วัน ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นเท่ากับว่า คุณอาจจะเป็นผู้ป่วยใหม่ “โรคซึมเศร้า” ซึ่งมีการเก็บสถิติพบว่า คนทั่วโลกราว 20 เปอร์เซนต์ ที่เป็นโรคซึมเศร้า นั่นเปรียบได้กับ นำคนมายืนเรียงแถวหน้ากระดาน ในหนึ่งร้อยคน จะมีอยู่ในนั้น 20 คนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

เรียกได้ว่าเป็นตัวเลขผู้ป่วยที่สูงมาก และเท่ากับโอกาสที่คุณหรือใคร ๆ ก็เสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าได้ โดยเฉพาะในคนที่มีบุคลิกมั่นใจในตัวเอง กล้าพูดกล้าแสดงความคิดเห็น คนเก่งระดับแนวหน้า หรือที่เรียกว่า กลุ่มไอคิวสูงที่ไม่เคยต้องเผชิญกับความผิดหวัง

เพราะที่ผ่านมา การศึกษาเน้นที่การเชิดชู “คนเก่ง ไอคิวสูง” ให้ได้ “โชว์พาว” กันมาก ๆ เมื่อคนกลุ่มนี้ เจอกับความผิดหวัง หรือ ป้าย “WRONG” ก็เท่ากับ “ถูกปิดประตูใส่หน้า” ทำให้กลายเป็นโรคซึมเศร้าง่ายกว่าคนที่เรียนรู้ ล้มลุกจากความพ่ายแพ้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากความผิดพลาด และมองโลกอย่างมีความหวัง

แน่นอนว่าคนที่เป็นโรคซึมเศร้า แม้เริ่มจากปัญหาสุขภาพจิต แต่ก็จะตามมาด้วยอาการทางกาย ร่างกายอ่อนล้า รู้สึกเพลียไร้เรี่ยวแรง จนหลายคนไม่สามารถเรียนหรือทำงานต่อได้ กลายเป็นว่าขาดรายได้ดูแลตัวเอง เป็นปัญหาใหญ่ซ้ำเติมชีวิตเขาเหล่านั้นเข้าไปอีก

โรคซึมเศร้า จึงเป็นปัญหาสุขภาพทางจิตเวชที่ต้องกินยาและบำบัดด้วยการคุยกับจิตแพทย์ที่มีความชำนาญจนกว่าจะทุเลาและมีภูมิทางจิตใจที่แข็งแรงขึ้น คุณจึงจะสามารถหยุดยาและกลับมามีชีวิตที่เป็นปกติเหมือนก่อนได้

แบบสำรวจในการสำรวจตัวเอง

หากคุณไม่แน่ใจว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดเข้าข่าย โรคซึมเศร้าไหม กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้โพสต์แบบทดสอบไว้ให้คุณดาวน์โหลดได้เองง่าย ๆ ที่นี่ https://www.dmh.go.th/test/download/files/2Q%209Q%208Q%20(1).pdf แบบสำรวจนี้ จะทำให้คุณได้สำรวจตัวเองโดยไวและหากอาหารซึมเศร้าเกิดกับคนใกล้ชิด คุณจะได้ทราบว่า เขาเหล่านั้นกำลังป่วยทางใจ ควรให้เขาได้ระบาย เพื่อลดความอัดอั้นหรือลดความทุกข์ในใจในเบื้องต้น เลี่ยงการกระทำที่ส่งผลต่อจิตใจรุนแรง เช่น เล่นพนันออนไลน์ hero88 ไปดูหนังดราม่า เป็นต้น และควรแนะนำอย่างใจเย็นให้เขาปรึกษาคุณหมอจิตเวชเฉพาะทางจะดีที่สุด

แบบสำรวจในการสำรวจตัวเอง

ประโยชน์ของขิง ดีต่อสุขภาพจริงหรือหลอก

ประโยชน์จากขิง ช่วยอะไรได้บ้าง

ขิงเป็นสมุนไพรไทยที่ใช้กันมานาน ไม่ว่าจะสับซอยปรุงรสอาหาร ชงชาให้มีกลิ่นหอม หรือนำมาสกัดผสมในเครื่องสำอาง นอกจากรับประทานอร่อยแล้ว ขิงมีประโยชน์ต่อสุขภาพช่วยลดแก๊สในกระเพาะ แก้อาการคลื่นไส้ ช่วยลดน้ำหนัก สารสกัดจากขิงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งนำมาใช้ในทางการแพทย์ทั่วโลกมานานหลายศตวรรษเพื่อบรรเทาอาการปวด ลดภาวะอักเสบ ระงับอาการคลื่นไส้ อาการปวดประจำเดือน อาการเจ็บที่เกิดจากโรคข้อเสื่อม ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพดี ประโยชน์ในทางการแพทย์ที่พิสูจน์มาแล้วว่าอะไรจริงอะไรเท็จ มีดังนี้

ประโยชน์จากขิง ช่วยอะไรได้บ้าง

เป็นสารต้านการอักเสบ

ขิงจัดเป็นวงศ์เดียวกับขมิ้นและกระวาน เป็นสารธรรมชาติที่ต้านการอักเสบและสารต้านอนุมูลอิสระ หากรับประทานสารสกัดจากขิงในปริมาณพอเหมาะเป็นประจำ จะช่วยลดอาการปวดข้อเข่า ลดอาการเจ็บขณะยืน เดินและอาการข้อติด สารสกัดของขิงที่อยู่ในน้ำมันนวดช่วยบรรเทาอาการปวดเข่า บรรเทาอาการปวด ข้อต่อ โรคข้ออักเสบ ลดอาการปวดกล้ามเนื้อและลดอาการเมื่อยล้าหลังการออกกำลังกายได้ ลองรับประทานเมนูผัดขิงหรือสารสกัดจากขิงหลังการออกกำลังกายเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายในวันรุ่งขึ้น

ลดอาการวิงเวียนศีรษะ

คุณประโยชน์จากขิงบรรเทาอาการคลื่นไส้ให้ดีขึ้นได้ จิบเครื่องดื่มน้ำขิงหลังจากทานอาหารมื้อหนักช่วยบรรเทาอาการท้องอืดและลดแก๊สในกระเพาะอาหาร ช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะได้

ช่วยลดน้ำหนัก

เชื่อกันว่าการดื่มน้ำขิงช่วยให้เจริญอาหาร ไม่มีข้อยืนยันในเรื่องนี้ แต่พบว่าน้ำหนักลดลงได้ เพราะขิงเข้าไปเร่งการเผาผลาญพลังงาน ในทางตรงกันข้ามกลับอาจทำให้ความรู้สึกอยากอาหารลดลง

ประโยชน์ของขิง ดีต่อสุขภาพจริงหรือหลอก

ขิงควบคุมน้ำตาลในเลือดได้

ได้ยินเสมอว่าผู้ป่วยโรคเบาหวานรับประทานขิงแล้วจะควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ความจริงยังไม่มีงานวิจัยสรุปออกมาชัดเจนในเรื่องนี้ ทั้งเรื่องการส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลิน

ป้องกันโรคหัวใจ

การรับประทานขิงมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจ เพราะมีคุณสมบัติลดระดับคอเลสเตอรอลซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ เมื่อช่วยควบคุมน้ำหนักและลดคอเลสเตอรอลได้ผลดี การรับประทานขิงน่าจะมีส่วนช่วยผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีภาวะโรคหัวใจแทรกซ้อนได้เช่นกัน ลองปรุงขิง 2-3 ช้อนโต๊ะกับผักโขมและปลาแซลมอนที่อุดมด้วยโอเมก้า 3 สารต้านอนุมูลอิสระในขิงและผัก รวมทั้งกรดไขมันในปลาแซลมอนส่งเสริมสุขภาพหัวใจได้อย่างคาดไม่ถึง

เวลาเลือกซื้อขิงจากตลาด มองหาขิงที่สดใหม่ ผิวมีรอยบากและรอยฟกช้ำน้อยที่สุด ขูดหรือตัดออกจะเห็นเนื้อสีเหลือง นำมาผสมในเมนูอาหาร หมูหรือไก่ผัดพริกขิง ปลาทอดขิง แกงป่า ยำแหนม เมี่ยงปลาโรยขิงซอย เกี๊ยวนึ่งไส้เห็ดหอมและขิง น้ำจิ้มข้าวมันไก่ หรือซอสขิงราดปลาแซลมอน สามารถคั้นน้ำผสมกับผลไม้ต่าง ๆ เช่น แครอทและสับปะรด เก็บขิงเหลือในถุงพลาสติกหรือทัปเปอร์แวร์ใส่ตู้เย็นไว้ได้นานถึง 4 สัปดาห์ ทันทีที่เห็นขิงอ่อนเปลี่ยนสีหรือมีจุดด่างดำ ให้ทิ้งไป อย่านำมาใช้อีก

เหตุผลทำไมถึงต้องดื่มชาเขียว มีผลดีต่อสุขภาพอย่างไร

น้ำชาเขียวดีต่อสุขภาพ

คุณอาจเคยได้ยินว่าชาเขียวดีต่อสุขภาพ มีเหตุผลสนับสนุนหลายประการ เช่น ลดระดับไขมันในเลือด ลดคอเลสเตรอล ลดความอ้วน ป้องกันโรคมะเร็ง ป้องกันอัลไซเมอร์ ป้องกันผมร่วง ดีต่อสุขภาพผิว เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง และมีประโยชน์อีกมากมาย อาจทำให้หลายคนคิดทบทวนว่าบางทีถึงเวลาที่จะเปลี่ยนจากกาแฟมาดื่มชาเขียวในชีวิตประจำวันบ้างแล้ว

7 สาเหตุที่ควรดื่มชาเขียว

1.ป้องกันสูญเสียความทรงจำ
การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าชาเขียวและชาดำช่วยป้องกันการสลายตัวของสารสื่อประสาท acetylcholine ซึ่งเชื่อมโยงกับความทรงจำ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานชี้ให้เห็นว่าชาเขียวอาจเป็นวิธีการรักษาโรคอัลไซเมอร์ได้ การดื่มชาเขียวลดความเสี่ยงต่อความผิดปกติของระบบประสาท 50% และความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ 86%

2. ต้านอนุมูลอิสระ
ชาเขียวมีฟลาโวนอยด์ที่มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ เรียกว่า เอปิคาเทชิน (Epicatechin) ซึ่งเชื่อมโยงกับการวิจัยหน่วยความจำในหนู เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่าที่สามารถลดการเกิดโรคของเส้นเลือดทางสมอง และอาจช่วยป้องกันเซลล์สมองจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ

3.ป้องกันโรคเบาหวาน
โรคเบาหวานเกิดจากร่างกายผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ ซึ่งอินซูลินตัวสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งอินซูลินและน้ำตาลมีผลเสียต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดและอาจก่อสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงในระยะยาว ชาเขียวมีฟลาโวนอยด์และแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ซึ่งเป็นเม็ดสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในพืช ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้สม่ำเสมอ การดื่มชาเขียวจึงช่วยกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนอินซูลินและลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2

4.ป้องกันความเสี่ยงของโรคหัวใจ
เป็นที่รู้กันดีว่าชาเขียวเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ คุณรู้หรือไม่ว่าสามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ เพราะสารต้านอนุมูลอิสระช่วยป้องกัน แอล ดี แอล คอเลสเตอรอลเกิดออกซิไดซ์ จึงไม่เกิดการอุดตันของหลอดเลือดซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหัวใจ การศึกษาทั่วไปแสดงให้เห็นว่าชาเขียวช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

5.กระตุ้นสมองตื่นตัวดีขึ้น
คนส่วนใหญ่ดื่มกาแฟเมื่อต้องการแก้ไขคาเฟอีน แต่แนะนำให้ดื่มชาเขียวดีกว่า ชาเขียวมีคาเฟอีนอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นสมองตื่นตัวดีขึ้นโดยไม่มีผลเสียเหมือนกับกาแฟ เช่น ความวิตกกังวล

6.ลดความเสี่ยงเกิดฟันผุ
สารแคเทชิน (Catechins) พบได้ในชาเขียวสามารถฆ่าแบคทีเรียได้ ช่วยยับยั้งแบคทีเรีย Streptococcus mutans ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดคราบจุลินทรีย์ ลดความเสี่ยงของการเกิดฟันผุ

7.ปกป้องผิวจากแสงแดด
สารสกัดจากชาเขียว เช่น Epigallocatechin gallate (EGCG) สารโพลีฟีนอลที่อยู่ในใบชาเขียวมีฤทธิ์ป้องกันรังสียูวีจากดวงอาทิตย์ ทั้ง UVA และ UVB ทำหน้าที่เป็นเหมือนกับครีมกันแดด

เมื่อรู้เรื่องราวดีๆ จากชาเขียวแล้ว คงไม่แปลกใจที่ชาเขียวจะกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในเอเชีย เพราะเรากำลังตระหนักถึงประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น แต่ถ้าคุณไม่ชอบรสชาติยังมีหลายวิธีทำให้รสชาติชาเขียวดีขึ้น

ชาเขียวดีต่อสุขภาพ