Author: Sara Grant

ระวัง 3 โรคร้ายแรงกระทบสุขภาพเด็ก ที่พ่อแม่มักคาดไม่ถึง

ระวัง 3 โรคร้ายแรงกระทบสุขภาพเด็ก ที่พ่อแม่มักคาดไม่ถึง

เด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 5 ปี ถือเป็นวัยที่มักเกิดการเจ็บป่วยมีปัญหาสุขภาพได้ง่าย เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันในตัวเด็กยังอ่อนแอ ไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อยู่รายรอบตัวเด็กได้ โดยเฉพาะเมื่อถึงวัยที่ต้องไปโรงเรียนหรือทำกิจกรรมนอกบ้านต่าง ๆ ยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่เด็กจะได้รับเชื้อโรคต่าง ๆ เข้าสู่ร่ายกายจนเกิดความเจ็บป่วยตามมา แม้ว่าในปัจจุบัน วิทยาการด้านการแพทย์จะก้าวหน้าไปไกล แต่ก็มีโรคติดต่อใหม่ ๆ ที่เพิ่มขึ้นหลายโรค รวมถึงโรคเก่า ๆ ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้น วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ 3 โรคร้ายแรงในเด็กที่พ่อแม่มักคาดไม่ถึงแต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและอาจถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

1.โรคคาวาซากิ
โรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease) เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการอักเสบของผิวหนัง หลอดเลือด และต่อมน้ำเหลือง พบมากในเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และที่สำคัญคือ การแพทย์ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของโรคชนิดนี้ มีเพียงแค่การสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้นกันของเด็ก ซึ่งตอบสนองต่อเชื้อโรคบางชนิด โดยอาการของโรคชนิดนี้จะเริ่มตั้งแต่มีไข้สูง ปากแดง ตาแดง มือบวมเท้าบวม มีผื่นแดงขึ้นตามร่างกาย ฯลฯ หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลาอาจเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ โดยเฉพาะอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ซึ่งอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้น พ่อแม่ควรหมั่นสังเกตสุขภาพและอาการของลูก ๆ อยู่เสมอ เพราะหลายกรณีกว่าที่พ่อแม่จะรู้ว่าลูกมีอาการผิดปกติ เด็กก็เข้าขั้นโคม่าแล้ว

2.ไข้รูมาติก
ไข้รูมาติก (Acute Rheumatic Fever) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สเตรปโตคอคคัส กรุ๊ปเอ ซึ่งพบมากในเด็กอายุ 5-15 ปี อาการของโรคเริ่มตั้งแต่อาการเจ็บคอ ปวดตามข้อ หอบเหนื่อย ฯลฯ ก่อนจะเกิดความผิดปกติที่เห็นได้ชัด ได้แก่ ผื่นตามผิวหนัง ข้อบวม กล้ามเนื้อกระตุก ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เชื้อแบคทีเรียก็จะตรงเข้าไปทำลายเนื้อเยื้อหัวใจ ทำให้เกิดอาการผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจตามมา เช่น หัวใจวาย ลิ้นหัวใจรั่ว เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ฯลฯ ดังนั้น พ่อแม่ทุกควรระวังเรื่องความสะอาดของเด็กอย่างสม่ำเสมอ เพราะ แบคทีเรีย สเตรปโตคอคคัส มักพบบ่อยในสถานที่แออัดที่มีผู้อยู่อาศัยหนาแน่น เช่น ชุมชนแออัด และโรงเรียน เป็นต้น

3.น้ำไขสันหลังคั่งในโพรงสมอง
ปกติแล้ว น้ำไขสันหลัง จะคอยทำหน้าที่เหมือนน้ำหล่อเลี้ยงสมองและรักษาอุณภูมิของสมองให้อยู่ในระดับเหมาะสม อย่างไรก็ดี การมีน้ำไขสันหลังในปริมาณมากเกินไปจะทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมหรือระบายน้ำออกไปได้ทัน ทำให้น้ำไขสันหลังท่วมเยื่อหุ้มสมองและผิวสมอง ซึ่งความผิดปกตินี้เรียกว่า “น้ำไขสันหลังคั่งในโพรงสมอง” พบบ่อยในเด็กแรกเกิดหรือเด็กเล็กที่กะโหลกศีรษะบริเวณกระหม่อมยังไม่ปิดสนิทดี ซึ่งบ่อยครั้งทำให้เด็กมีอาการหัวโตผิดรูป ตามด้วยอาการคล้ายโรคพาร์กินสัน แขนขาเกร็ง หรือเกิดอาการชัก ความจำเสื่อม ปวดหัวรุนแรง จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ พ่อแม่จึงควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของลูกอย่างสม่ำเสมอ เพราะบางครั้งโรคนี้ก็ไม่แสดงอาการผิดปกติภายนอก และเด็กเล็กก็ยังไม่สามารถอธิบายความผิดปกติของร่างกายตัวเองให้รู้ได้นั่นเอง

ดังนี้แล้ว ผู้ที่เป็นพ่อแม่ต้องหมั่นสังเกตและซักถามลูกอยู่เสมอ หากสงสัยว่ามีอาการที่ไม่น่าไว้วางใจ ให้รีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

ดูแลร่างกายอย่างไรให้สุขภาพดีตลอดปี

ดูแลร่างกายอย่างไรให้สุขภาพดีตลอดปี

สุขภาพดีเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ ซึ่งมาจากการใส่ใจสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งในเรื่องของการเลือกกินอาหาร การออกกำลังกาย รวมถึงการทำงานอย่างเหมาะสมด้วย

เรามาดูกันว่า ถ้าคุณต้องการสุขภาพดี จะต้องดูแลตัวเองอย่างไรกันบ้าง

1.รับประทานอาหารที่ดี
การรับประทานอาหารนอกจากต้องอิงตามหลัก 5 หมู่ให้ครบทั้งแป้ง โปรตีน ไขมัน ผัก ผลไม้ เพื่อให้ได้วิตามินเกลือแร่ครบถ้วนแล้ว ยังจำเป็นต้องดูแหล่งที่มาและกรรมวิธีทำอาหารด้วย ควรเลือกแบบปลอดสารพิษหรือ organic โดยเฉพาะผักผลไม้ที่อาจมีราคาแพงขึ้น จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่ามาจากแหล่งเพาะปลูกที่ปลอดภัย นอกจากนี้ยังต้องล้างทำความสะอาดแช่น้ำส้มสายชูหรือน้ำด่างทับทิมก่อนนำมาปรุงอาหารเพื่อลดความเสี่ยงต่อการได้รับยาฆ่าแมลงที่ปนเปื้อนด้วย

ในด้านของโปรตีน ควรเลือกรับประทานเนื้อสัตว์หมุนเวียนให้หลากหลาย เช่น เนื้อปลา ไก่ วัว และเนื้อหมู ลดการรับประทานหนังและเครื่องในสัตว์ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และคอเลสเตอรอลในเลือดสูง

2.การออกกำลังกาย
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพให้คำแนะนำว่า เราควรออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 15 นาที หรือวันเว้นวัน วันละ 30 นาที เพื่อกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย ทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข ปรับสมดุลของระบบหัวใจหลอดเลือดให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ผู้ที่มีปัญหาโรคหัวใจ ไขมันสูง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ฯลฯ หากออกกำลังกายเป็นประจำจะทำให้สุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีแนวโน้มที่จะลดปริมาณการใช้ยาลงได้

การออกกำลังกายในปัจจุบันที่นิยม ได้แก่ การวิ่งบนลู่ กระโดดเชือก การว่ายน้ำ เข้าฟิตเนส ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก ซึ่งสามารถทำควบคู่กับการเปิดคลิป YouTube ที่คุณชอบไปพร้อมกันด้วย

3.การทำงานที่เหมาะสม
การทำงานที่ดีต่อสุขภาพต้องไม่นั่งทำงานต่อเนื่องนานเกิน ควรมีช่วงระยะพัก เช่น ทุก 1 ชั่วโมงไปยืดเส้นยืดสาย ดื่มน้ำ รับประทานอาหารว่าง ฯลฯ จะลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมที่ทำให้กระดูกและกล้ามเนื้ออักเสบ รวมถึงสร้างปัญหาปวดหลัง ไหล่ นิ้วอย่างเรื้อรัง ทั้งนี้ ต้องควบคุมเวลาการทำงานไม่เกินวันละ 8-10 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคเครียดและโรคซึมเศร้าในระยะยาวด้วย

นอกจากนี้ ผู้ที่ทำงานยกของหนักก็ควรใช้เครื่องพยุงหรือเสื้อสวมกระจายแรงที่หลังและเอว ส่วนกรณีที่ต้องทำงานร่วมกับบุคคลต่าง ๆ ในที่สาธารณะ ในระยะนี้ ก็จำเป็นต้องป้องกันตัวเองจากไวรัส covid-19 ด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือน้ำสบู่บ่อย ๆ ด้วย

จะเห็นได้ว่า การดูแลสุขภาพให้ดีตลอดทั้งปี มาจากการใส่ใจตัวเองอย่างรอบด้านในทุกวัน หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพตัวเอง เพื่อให้มีร่างกายที่แข็งแรงและจิตใจที่เป็นสุข

3 สาเหตุสุขภาพตาเสื่อมก่อนวัยอันควร

3 สาเหตุสุขภาพตาเสื่อมก่อนวัยอันควร

Age- related macular degeneration (AMD) คือ ปัญหาสุขภาพสายตาหรือจอประสาทตาเสื่อมก่อนวัยอันควรซึ่งเป็นโรคอันตราย โดยวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์แขนงใหม่ได้กล่าวไว้ว่า ดวงตาเป็นอวัยวะที่ซ่อมได้ยากเสมือนหลอดไฟที่วันหนึ่งดับไปก็ไม่มีอะไหล่ ทำให้ดวงตาเป็นสิ่งที่มีค่าถือว่าเป็นหน้าต่างชีวิต ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอกสาเหตุสุขภาพตาที่เสื่อมก่อนวัยอันควรเพื่อคุณจะได้ถนอมดวงตามากขึ้น ดังต่อไปนี้

สาเหตุที่ 1 พันธุกรรม
ปัจจุบันวิทยาศาสตร์หาเหตุผลเกี่ยวกับตาเสื่อมก่อนวัยอันควรได้ใกล้เคียงที่สุดแบบไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ คือ เกิดจากพันธุกรรมติดมา ซึ่งสาเหตุนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ อย่างมากคือป้องกันด้วยการสวมแว่นตาที่ตัดแสง Blue light หรือตัดแสงสีน้ำเงินพร้อมยูวี เพราะสามารถช่วยป้องกันตาเสื่อมได้ในระดับหนึ่ง

สาเหตุที่ 2 การใช้สายตามากเกินไป
ยุคก่อนไม่มีคอมพิวเตอร์ คนที่ทำงานเกี่ยวกับเอกสารจะใช้เครื่องพิมพ์ดีดซึ่งมีความแตกต่างกับยุคนี้ที่เป็นยุคไซเบอร์เพราะได้ใช้คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเพื่อดู Facebook, Instagram, Line และอื่น ๆ ทำให้ผู้คนได้ใช้สายตามากขึ้น ยิ่งถ้าดูในที่มืดจะทำให้แสงเข้าตาปริมาณมากและเป็นระยะเวลานาน เช่น อ่านข่าวสารจากสมาร์ทโฟนก่อนนอนในที่มืด หรืออาจจะเล่นในผ้าห่มก็จะทำให้รูม่านตาที่เรียกว่า Pupil กว้างขึ้น เพราะฉะนั้น เมื่อต้องการใช้สมาร์ทโฟนก่อนนอน ควรใช้ตามที่จำเป็นเท่านั้น และให้เปิดไฟจนกว่าจะใช้งานเสร็จ เพื่อป้องกันอันตรายและถนอมดวงตา

นอกจากการใช้สายตามากเกินไปจากคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตแล้ว ก็ยังมีแสงแดดที่เป็นปัจจัยหนึ่งในการใช้สายตามากเกินไปเช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันโลกร้อน จึงมีแสงยูวีมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ตัวเลขจำนวนคนที่เป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมมีอัตราเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สาเหตุที่ 3 ขาดวิตามินบำรุง
การขาดวิตามินบำรุงโอกาสเป็นโรค AMD มากกว่าปกติ บางทีอายุแค่ 40 ปี ก็เป็นโรคนี้แล้ว แตกต่างในอดีตมักจะเป็นช่วงอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่การขาดวิตามินจะเป็นวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน แอลฟาแคโรทีน ลูทีน ซีแซนทีน จากผักและผลไม้ เช่น ฟักทอง แครอท ผักใบเขียว ปวยเล้ง ผักโขม เป็นต้น นอกจากนี้ยังขาดวิตามินตัวใหม่ ที่เรียกว่า แอสต้าแซนธิน ซึ่งวิตามินชนิดนี้จะอยู่ในสาหร่าย

สมัยก่อนตามตัวเลขในโรงพยาบาลจะเป็นคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับสายตาติดเชื้อ ส่วนในปัจจุบันจะเป็นโรค AMD หรือจอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากสาเหตุดังกล่าวข้างต้น และถ้าเสื่อมจนถึงขั้นตาบอดก่อนวัยอันควร แพทย์จะรักษาตอนที่ตาบอดไม่ได้แล้ว ซึ่งรุนแรงกว่าการเป็นต้อกระจกหรือต้อหิน ดังนั้น ดวงตาเป็นสิ่งสำคัญของมนุษย์ทุกคน ควรใช้อย่างถนอมตั้งแต่วันนี้จะดีที่สุด

ประคบร้อน ประคบเย็น ต่างกันตรงไหน ควรเลือกใช้ให้ถูกวิธี

ลูกประคบสมุนไพร

ลูกประคบสมุนไพร อาจไม่เป็นที่รู้จักในหมู่เด็กยุคใหม่ แต่สำหรับคนรุ่นพ่อรุ่นแม่และปู่ย่า ตายาย ล้วนแต่รู้จักและใช้รักษาอาการต่าง ๆ มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันการแพทย์ทางเลือกหรือแพทย์แผนไทย นิยมใช้บำบัดรักษา เนื่องจากมีผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นต่าง ๆ มากขึ้น แม้ในแวดวงกีฬาและสันทนาการ เพื่อเป็นความรู้ให้กับคนทั่วไปได้เลือกใช้ลูกประคบให้เหมาะสมกับอาการเจ็บบาดเจ็บ เมื่อเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินกะทันหัน เช่น หกล้ม สะดุด ตกบันได หรือเกิดอุบัติเหตุอื่น ๆ อย่างน้อยก็จะช่วยบรรเทาอาการก่อนจะไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาต่อไปได้

  • การประคบร้อน ใช้เพื่อช่วยลดอาการปวดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ได้แก่ อาการปวดเมื่อย และตึงกล้ามเนื้อบริเวณ บ่า หลัง ไหล่ ต้นคอ น่อง ต้นขา และอาการปวดประจำเดือน โดยเริ่มประคบหลังจากมีอาการแล้วประมาณ 48 ชั่วโมง โดยใช้ผ้าขนหนู กระเป๋าน้ำร้อน หรือลูกประคบ ที่ไม่ร้อนจัดจนเกินไป ประคบบริเวณที่ปวดตึงครั้งละ 20-30 นาทีประมาณ 2-3 ครั้งต่อวัน ไม่ควรประคบในบริเวณที่มีบาดแผลหรือมีเลือดออก หรือประคบนานเกินไป เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มมากขึ้น ประโยชน์ของลูกประคบสมุนไพร ใช้บรรเทาอาการปวดเมื่อย ช่วยลดอาการบวมอักเสบของกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ ช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อและข้อต่อ และยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตให้ดียิ่งขึ้นด้วย
  • การประคบเย็น สามารถทำได้ทันทีเมื่อมีอาการปวดหรือได้รับบาดเจ็บเช่น ปวดศีรษะ เป็นไข้ ปวดฟัน ข้อเท้าบวม เคล็ด เลือดกำเดาไหล หรือ มีอาการปวดบวมตามร่างกายในบริเวณอื่น ๆ โดยใช้น้ำแข็งหรือเจลทำความเย็นประคบตรงจุดที่มีอาการ วันละ 2-3 ครั้ง ประมาณครั้งละ 20 นาที

สำหรับการเลือกใช้การประคบด้วยความร้อนหรือความเย็นนั้นมีหลักพิจารณาเบื้องดังนี้

  1. หากผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บเฉียบพลันร่วมกับอาการบวมอย่างเห็นได้ชัด ควรเลือกใช้การประคบเย็น เพราะความเย็นช่วยลดอาการบวม อักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเส้นเลือดฝอยภายในกล้ามเนื้อฉีกขาดลง
  2. มีอาการปวดแบบเป็น ๆ หาย ๆ หรือเรื้อรัง อาจมีอาการปวดตึงกล้ามเนื้อร่วมด้วย แนะนำให้ใช้การประคบร้อนเพื่อช่วยลดอาการปวดและคลายกล้ามเนื้อ
  3. สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคความดันโลหิตสูง ควรระมัดระวังเรื่องการประคบเย็น เพราะความเย็นจะทำให้หลอดเลือดส่วนปลายหดตัว ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้นได้ หรือเป็นโรคแพ้ความเย็นอย่างรุนแรง บางรายอาจแสดงอาการโดยมีผื่นแดงเกิดขึ้น เป็นต้น
  4. กรณีผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่มีอาการปวดบวมอักเสบ เอ็น ข้อ กล้ามเนื้อ ไม่ควรใช้การประคบด้วยอุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นจนเกินไป เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

หากจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า หรือบำบัดรักษาอาการปวดบวมเบื้องต้น ควรพิจารณาให้รอบคอบ หรือสอบถามผู้รู้ก่อนตัดสินใจ ทางที่ดีรีบไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที

3 เมนูคลีนเพื่อสุขภาพ ทำเองได้ อร่อยด้วย

ในยุคสมัยที่ใคร ๆ ก็หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ อาหารคลีนจึงเป็นตัวช่วยสำคัญอีกประการหนึ่งที่คุณสาว ๆ นิยมสร้างสรรค์วัตถุดิบที่หาได้ตามตลาดนัดและซุปเปอร์มาร์เก็ต มาปรุงเป็นเมนูเพื่อดูแลสุขภาพ ลดน้ำหนัก รักษารูปร่างและเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ แต่ทว่าการกินอาหารคลีนเมนูเดิมซ้ำ ๆ บ่อยครั้งก็อาจจะจะทำให้คุณรู้สึกเบื่อได้ ดังนั้นวันนี้เรามีเมนูอาหารคลีนมาแนะนำ 3 เมนู ที่คุณสามารถซื้อวัตถุดิบมาทำกินเองได้ง่าย ๆ เลยทีเดียว

ต้มยำคลีน

1.ต้มยำรวมมิตร เป็นเมนูยอดนิยม ที่เปิดโอกาสให้เราได้เลือกสรรวัตถุดิบได้สารพัดจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ประเภทต่าง ๆ เช่น อกไก่ ปลาดอลลี่ กุ้ง หรือปลาหมึก และเห็ดนานาชนิดตามชอบใจ ส่วนผสมและเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้คือเครื่องต้มยำ เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกสด มะนาว ผักชีฝรั่ง เพิ่มสีสันด้วยน้ำพริกเผา หรือถ้าชอบต้มยำน้ำข้น ก็สามารถเติมนมจืดลงไปสักนิดหน่อยจะช่วยให้รสชาติละมุนลิ้นมากยิ่งขึ้น จากนั้นก็ใส่น้ำประมาณ 2 ส่วน 3 ลงในหม้อต้ม พอเดือด ใส่เครื่องต้มยำ ตามด้วยอกไก่หรือเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ รอจนเนื้อสัตว์สุกจึงใส่เห็ด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม เติมใบมะกรูดและผักชีฝรั่งลงไป เป็นอันเสร็จพิธี เวลาจะกินก็ตักใส่ภาชนะ บีบมะนาวเพิ่ม ใส่น้ำพริกเผาหรือเติมนมจืดเพื่อสร้างสีสันและรสชาติที่เข้มข้น

2.เมนูอกไก่พริกไทดำ นำอกไก่มาล้าง พักไว้ให้แห้ง ทุบกระเทียมพริกไทย เม็ดรากผักชี เตรียมไว้คลุกหมักอกไก่ แล้วนำไปแช่ในตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นตั้งกระทะให้ร้อนใส่น้ำมันมะกอกเล็กน้อย แล้วจึงนำอกไก่ลงผัดในกระทะ เติมน้ำเล็กน้อยผัดจนสุก เติมเกลือหรือซีอิ๊ว แล้วจึงตักใส่จานที่มีผักต้มหลากสีสัน เช่น แครอท, บรอกโคลี, ข้าวโพดอ่อน, ฟักทอง, ถั่วลันเตา, ถั่วฝักยาว ฯลฯ ที่จัดวางเรียงรายอยู่รอบจานสวยงามน่ารับประทาน

แกงส้มมะละกอ

3.แกงส้มมะละกอใส่กุ้งสด แกงส้มเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทย แตกต่างกันไปตามวัตถุดิบท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาค สีสันของแกงส้มอยู่ที่ความลงตัวของผักนานาชนิดที่เลือกใช้ กับรายละเอียดปลีกย่อยของเครื่องปรุงพริกแกง ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกมากมายในซุปเปอร์มาร์เก็ต ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริกแกงส้มของภาคกลาง หรือว่าพริกแกงเหลืองของภาคใต้ที่เติมขมิ้นลงไปเป็นตัวชูรส เติมด้วยเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ หรือถ้าจะให้ได้ประโยชน์ที่หลากหลายขึ้น ลองเปลี่ยนมาใช้เนื้อปลาทูน่าแทนกุ้ง โขลกรวมกับเครื่องแกงส้ม ก็จะยิ่งเพิ่มความเข้มข้นให้กับน้ำแกงส้มและเพิ่มโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้นด้วย

ไม่ยากเลยใช่ใหมคะ สำหรับ 3 เมนูที่นำมาฝากกัน แถมท้ายด้วยหลักการเลือกแหล่งวัตถุดิบคลีนแบบพื้นฐาน เพื่อให้ได้แหล่งโปรตีนที่หาง่ายและราคาไม่แพง เช่น อกไก่/สันในหมู/ไข่ ส่วนคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำได้แก่ ข้าวกล้อง/ข้าวไรซ์เบอรี่ มีไฟเบอร์และวิตามินแร่ธาตุ ๆ หลายชนิด โดยเฉพาะข้าวไรซ์เบอรรี่นั้นมี แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) จัดอยู่ในกลุ่มของฟลาโวนอยด์หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวและป้องกันแดด ส่วนไขมันดีได้จาก ไข่/ถั่วและนมอัลมอนด์ ส่วนผักเน้นผักที่ชอบและสีสันสวยงาม เช่น แครอท, ข้าวโพด, บรอกโคลี่, มันม่วง, ฟักทอง ฯลฯ ควรเพิ่มเครื่องเทศ จำพวก กระเทียม, พริกไทย, หอมใหญ่, ตะไคร้, กระเพรา เป็นต้น เพื่อเพิ่มรสชาติ แต่เครื่องปรุงหรือผงปรุงรสต่าง ๆ ให้ใส่แต่น้อย หรือจะไม่ใส่เลยก็ยิ่งดี เพราะเราจะได้รับแต่คุณภาพและรสชาติดั้งเดิมของวัตถุดิบล้วน ๆ

ฟ้าทะลายโจร พืชสมุนไพรที่ใคร ๆ ก็อยากรู้จัก

ฟ้าทะลายโจร

ในอดีต ฟ้าทะลายโจร เป็นพืชสมุนไพรที่รู้จักกันดีในฐานะยาประจำบ้าน โดยภูมิปัญญาของแพทย์แผนไทย ทำให้รู้ว่า ฟ้าทะลายโจร มีสรรพคุณในการรักษาอาการเจ็บคอ เป็นไข้ และอาการท้องเสียแบบไม่ติดเชื้อ ในปัจจุบันนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัส COVID-19 ฟ้าทะลายโจร พืชสมุนไพรก็โด่งดังเป็นที่รู้จักมากขึ้น ด้วยผลการศึกษาวิจัยจากประเทศจีน ถึงสรรพคุณในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายและช่วยรักษาโรคในระบบทางเดินหายใจอย่างได้ผลดีเยี่ยม โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การเภสัชกรรม ได้มีการทดลองทางห้องปฏิบัติการเพื่อหายาต้านโควิด-19 ล่าสุดมีรายงานผลเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563 ว่า สารสกัดฟ้าทะลายโจรและสารแอนโดรกราโฟไลน์ มีผลต่อการทำลายและช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของไวรัสในหลอดทดลองได้จริง

ฟ้าทะลายโจร ที่เรารู้จักนั้น เป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่นของประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ จีน อินเดีย ศรีลังกา ไทย ลาว กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เป็นต้น นิยมใช้ใบและลำต้นใต้ดินมาทำยา ไม่นานมานี้ประเทศจีนได้ทำการทดลองใช้สารแอนโดรกราโฟไลด์ (andrographolide) ในสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ที่มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน และต้านการอักเสบในระบบทางเดินหายใจ กับไวรัสซาร์ส ซึ่งเป็นสายพันธุ์โคโรนาชนิดหนึ่งในหลอดแก้ว พบว่าสารแอนโดรกราโฟไลด์ สามารถหยุดยั้งไม่ให้ไวรัสซาร์สเข้าสู่เซลล์ในร่างกายได้ แม้ว่าผลการวิจัยจะนำไปสู่ความคาดหวังนานัปการ แต่ก็มีข้อห้ามสำหรับสตรีตั้งครรภ์ ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำ และผู้ป่วยโรคหัวใจรูห์มาติค เพราะเป็นยาที่มีฤทธิ์เย็น จึงเหมาะกับโรคไข้ที่มีฤทธิ์ร้อน

ด้วยสรรพคุณทางยาที่มีอยู่สูง จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง แน่นอนว่าเอามากินเล่นเป็นของว่างระหว่างอ่านข่าวฟุตบอลไปด้วยบ่อยๆคงทำไม่ได้ ต้องมีจำกัดทั้งในเรื่องของปริมาณ ความถี่ และระยะเวลารับประทาน เพราะหากทานมากเกินไปหรือปริมาณไม่เหมาะสม อาจนำมาซึ่งอันตราย เช่น มีอาการแพ้ต่าง ๆ เกิดขึ้น อาทิเช่น ลมพิษ ผื่นคัน และอาการบวมตามร่างกาย หรือบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้หายใจลำบากได้ จึงควรศึกษาและปรึกษาแพทย์ด้วย ปัจจุบัน ฟ้าทะลายโจร ได้รับการบรรจุไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ในกลุ่มยารักษาอาการระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจ

อย่างไรก็ตาม ฟ้าทะลายโจร พืชสมุนไพรพื้นบ้านที่เรารู้จัก ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ของไทย ตลอดจนนักวิทยาศาสตร์และเภสัชศาสตร์ในหลายต่อหลายประเทศ ร่วมมือกันค้นคว้าวิจัยและพัฒนา เพื่อหาแนวทางการรักษาโรคโควิด-19 ให้ได้ผลสำเร็จโดยเร็ว ซึ่งเชื่อมั่นว่าผลลัพธ์ที่ได้นั้นอาจนำไปสู่การต่อยอดแนวทางการพัฒนาองค์ความรู้ด้านสมุนไพร เพื่อนำกลับมาใช้ดูแลสุขภาพของประชาชนคนไทยและประชากรโลกให้ยั่งยืนต่อไปได้ในอนาคต

วิธีเลือกอาหารตามกรุ๊ปเลือดอย่างถูกต้อง เพื่อสุขภาพที่ดี

วิธีเลือกอาหารตามกรุ๊ปเลือดอย่างถูกต้อง เพื่อสุขภาพที่ดี

กรุ๊ปเลือดของแต่ละคนส่งผลต่อการเลือกอาหารที่รับประทานเข้าไป ซึ่งค่อนข้างจะไม่เหมือนกันเนื่องจากมีการย่อยที่มีความแตกต่างกัน ถ้าเลือกรับประทานอาหารได้ถูกต้องตามกรุ๊ปเลือด ก็จะทำให้ร่างกายนำสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ในทางตรงข้าม หากเลือกอาหารไม่ตรงกับกรุ๊ปเลือดก็จะทำให้ย่อยไม่หมด เกิดการตกค้างในร่างกายและนำไปสู่การเจ็บป่วยได้ ด้วยเหตุนี้ เบื้องต้นคุณต้องทราบตัวเองก่อนว่ามีกรุ๊ปเลือดอะไร ถ้ายังไม่ทราบให้ไปเจาะเลือดตรวจก่อน แล้วเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับคุณ ดังต่อไปนี้

อาหารสำหรับกรุ๊ปเลือดโอ

กรุ๊ปโอ เป็นกรุ๊ปเลือดที่เกิดมาก่อนกรุ๊ปอื่น หากใครอยากมีระบบย่อยอาหารที่ดี ควรเลือกอาหารประเภทเนื้อสัตว์หรือเนื้อแดง เช่น วัว แพะ เป็นต้น ส่วนอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง คือ อาหารประเภทธัญพืช ข้าวสาลี เนื่องจากจะทำให้ระบบการย่อยไม่ดี เพราะฉะนั้น จะดีไม่น้อยเลยเมื่อได้ปฏิบัติตามที่ได้กล่าวไว้ ก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะระบบภายในร่างกายเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น

อาหารสำหรับกรุ๊ปเลือดเอ

กรุ๊ปเอ เป็นกรุ๊ปเลือดที่พัฒนามาจากกรุ๊ปโอ แต่จะมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ หากได้รับประทานเนื้อแดงก็จะทำให้ย่อยยากมาก เนื่องจากอวัยวะภายในที่เป็นส่วนกระเพาะอาหารมีความเป็นกรดต่ำ ทางที่ดีจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น นม เนย ไข่ ไส้กรอก แฮม กุนเชียง แล้วเปลี่ยนเป็นการรับประทานนมถั่วเหลืองและผักทดแทน

อาหารสำหรับกรุ๊ปเลือดบี

กรุ๊ปเลือดบี เป็นกรุ๊ปที่ไม่ค่อยเป็นปัญหาในการเลือกรับประทานอาหารเนื่องจากระบบอาหารของกรุ๊ปนี้มีการย่อยอาหารแบบสมดุล หมายความว่า สามารถย่อยได้ดีเยี่ยมทั้งผลิตภัณฑ์ที่เป็นกลุ่มเนื้อสัตว์ ไข่และนม นอกจากนี้ยังสามารถรับประทานกลุ่มผักทุกชนิดโดยเฉพาะผักที่มีสีเขียว

อาหารสำหรับกรุ๊ปเลือดเอบี

กรุ๊ปเลือดเอบี เป็นกรุ๊ปเลือดที่เกิดมาหลังสุดในบรรดากรุ๊ปอื่น ๆ โดยมีที่มาจากกรุ๊ปเลือดเอกับบีสองชนิดรวมกัน แต่ถ้าได้เปรียบเทียบกับกรุ๊ปโอ เอและบี แล้ว จะมีภูมิต้านทานมากที่สุด ส่วนในเรื่องการเลือกอาหารนั้นคล้ายคลึงกับกรุ๊ปเออย่างมากเพราะไม่เหมาะที่จะรับประทานเนื้อสัตว์ แต่ก็ยังสามารถย่อยผลิตภัณฑ์นมได้ดี

การรับประทานอาหารตามกรุ๊ปเลือดเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นแนวทางที่ดีและเป็นที่ยอมรับมาเป็นระยะเวลานานแล้ว ว่าช่วยป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้อาหารและโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังมีหลายคนที่ยังไม่ทราบหรือละเลยความสำคัญในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งต้องการมีสุขภาพที่ดี ควรเปลี่ยนวิธีการรับประทานอาหารตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

โรคที่ต้องระวังในฤดูร้อน 2020

โรคที่ต้องระวังในฤดูร้อน 2020

โรคที่มากับฤดูร้อนในปี 2020 มีหลายชนิดที่ควรทบทวนเพื่อรู้จักโรคและดูแลสุขภาพให้ดีขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นโรคที่มาจากอาหาร และปัจจุบันยังมีเชื้อชนิดร้ายอย่างโควิด-19 ที่ต้องระวังด้วย มาอ่านรายละเอียดพร้อมกันเลย

1. โรคอุจจาระร่วง
ภาวะอุจจาระร่วงมักจะเกิดจากการรับประทานอาหารที่ถูกแมลงวันตอม ซึ่งมักระบาดในช่วงฤดูร้อน นอกจากนี้ยังรวมถึงอาหารที่บูดเสียง่ายเนื่องจากสภาพอากาศ ทำให้มีการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสที่ปะปนในอาหารเข้าไปในร่างกาย เกิดการติดเชื้อภายในระบบลำไส้ แล้วแสดงอาการออกมาเป็นการถ่ายอุจจาระที่เหลวกว่าปกติ ถึงขั้นขาดสมดุลน้ำและเกลือแร่ จนเกิดอาการช็อคได้

2. ภาวะอาหารเป็นพิษ
มาจากอาหารที่ปรุงไม่สุกดี ทำให้มีเชื้อปรสิตต่าง ๆ ปนเปื้อนได้ โดยอาหารที่มีความเสี่ยงสูงเป็นกลุ่มอาหารทะเล เช่น การรับประทาน กุ้ง กั้ง ปู หอย ดอง ที่มีโอกาสสะสมเชื้อได้มากในฤดูร้อน รวมถึงการหยิบจับอาหารขณะมือสกปรก จะทำให้เสี่ยงต่อภาวะเป็นพิษง่าย จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลวมากกว่าปกติ ฯลฯ หากมีการติดเชื้อลุกลามไปที่อวัยวะอื่น เช่น ไต สมองหัวใจ ปอด ฯลฯ ก็จะทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลมาก และหากรักษาไม่ทันการณ์ก็ทำให้เสียชีวิตได้ด้วย

3. โรคบิด
โรคบิดเกิดจากการบริโภคผักดิบหรือผักสดที่ล้างไม่สะอาดเพียงพอ นอกจากนี้ยังมาจากน้ำดื่มที่ไม่ผ่านการต้มเดือดนานพอ ทำให้มีอาการปวดท้องอย่างมาก ถ่ายอุจจาระบ่อย และสังเกตลักษณะของมูกเลือดปนออกมากับอุจจาระซึ่งมีกลิ่นเหม็นคาวมากด้วย

4. โรคพิษสุนัขบ้า
เกิดจากการถูกสัตว์ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนกัดหรือข่วนจนเป็นแผลตามร่างกาย จะทำให้เกิดการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและเสียชีวิตได้ ซึ่งในฤดูร้อนของทุกปี เชื้อพิษสุนัขบ้าจะระบาด ดังนั้น เมื่อถูกสัตว์ที่ต้องสงสัยกัด ต้องรีบล้างแผล และรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

5. โรคติดเชื้อโคโรน่าไวรัส
ปัจจุบัน เชื้อโควิด-19 กำลังระบาดอยู่ทั่วโลก ซึ่งในช่วงฤดูร้อนนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะควบคุมเชื้อโรคได้ ดังนั้นต้องหลีกเลี่ยงการไปอยู่ในแหล่งชุมชน เชื้อนี้สามารถติดบนเสื้อผ้าภาชนะของใช้และยังมีชีวิตอยู่ต่อได้หลายชั่วโมง ต้องหมั่นเช็ดถูทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ด้วยแอลกอฮอล์ และสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งเวลาออกไปในพื้นที่สาธารณะ

จะเห็นได้ว่า โรคที่มากับฤดูร้อนมีอยู่หลายชนิดซึ่งเป็นอันตรายมากน้อยตามชนิดเชื้อและความแข็งแรงร่างกายของแต่ละบุคคล แต่กลุ่มคนที่ต้องระวังมาก คือ เด็กและผู้สูงอายุ ที่มีภูมิต้านทานน้อย ทั้งนี้ ก็ควรติดตามข่าวสารต่าง ๆ เพื่อการระวังโรคอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ต่อไป

หลักการดูแลผู้สูงอายุในบ้านให้ห่างไกลจากไวรัส COVID-19

การดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ

COVID-19 เป็นเชื้อไวรัสชนิดร้ายแรงที่ยังหาทางรักษาได้ยาก เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ส่งผลทำลายเนื้อปอด ทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ง่าย โดยเฉพาะหากติดเชื้อในผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี ที่มักมีโรคประจำตัว เช่น ความดัน ไขมันสูง เบาหวาน ซึ่งทำให้ร่างกายอ่อนแอ และมีความเสื่อมถอยของร่างกายอยู่แล้วด้วย ก็จะยิ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญที่ต้องช่วยกันป้องกันให้ห่างไกลจากโรคนี้

องค์การอนามัยโลกได้แนะนำอย่างไรสำหรับการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ

ต้องล้างมือบ่อย ๆ : การล้างมือที่ดีต้องล้างตามซอกนิ้ว ข้อมือ จนมาถึงข้อศอกด้วยน้ำสบู่นานต่อเนื่อง 20 วินาทีหรือเท่ากับการร้องเพลง Happy Birthday 2 รอบต่อกัน ก่อนที่จะล้างอีกครั้งด้วยน้ำสะอาดในเวลา 20 วินาทีเช่นกัน หลักการนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการลดปริมาณของเชื้อที่อยู่บนร่างกาย แต่หากอยู่ในระหว่างการเดินทางนอกสถานที่ก็สามารถใช้เจลแอลกอฮอล์แทนได้

หลีกเลี่ยงการใช้มือเปล่าไปสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ : ไม่ว่าในพื้นที่สาธารณะ หรือเหรียญเงิน ธนบัตร เพราะอาจจะได้รับอนุภาคไวรัสจากผู้ป่วยที่ยังตกค้างอยู่หลังจากการแพร่กระจายออกจากร่างกายได้หลายชั่วโมง ซึ่งเมื่อมือที่มีการติดเชื้อไปหยิบจับอาหารรับประทานเข้าปาก หรือเอามือไปลูบหน้าลูบตา ก็จะทำให้เกิดการติดต่อของเชื้อนี้ได้

งดการพาผู้สูงอายุไปออกกำลังกายในที่สาธารณะ : ในระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ประกาศเป็นช่วงเฝ้าระวัง ขอให้งดการรวมตัวกันในที่ที่มีคนเยอะเป็นการชั่วคราว เช่น ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า วัด สถานที่ท่องเที่ยว ตลาดนัด ฯลฯ เพราะเป็นจุดที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อทั้งจากคนไทยด้วยกันเอง และชาวต่างชาติที่อาจมีเชื้อนี้อยู่ในร่างกายได้

ทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ให้บ่อยขึ้น : ทั้งเสื้อผ้า จานชาม ช้อนส้อม แก้วน้ำ ไม้เท้า ฯลฯ ล้วนต้องเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาด ด้วยการเช็ดแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป หรือการใช้น้ำยาฆ่าเชื้ออื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน

หลีกเลี่ยงการใช้บริการรถเมล์ เรือ รถตู้ รถไฟฟ้า ฯลฯ : เพราะเป็นยานพาหนะที่มีคนจำนวนมากหมุนเวียนกันใช้ อาจจะทำให้เกิดการได้รับเชื้อเข้าไปโดยบังเอิญได้

หากมีโรคประจำตัวที่ต้องใช้ยาจากโรงพยาบาล : ควรติดต่อโรงพยาบาลว่า สามารถหาซื้อยาเหล่านั้นที่ร้านขายยาแทนชั่วคราวได้หรือไม่ หรือให้ทางโรงพยาบาลจัดยาเดิมและส่งทางไปรษณีย์มาที่บ้านแทน เพื่อลดความเสี่ยงได้รับเชื้อจากโรงพยาบาล

ญาติต้องหมั่นพูดคุยกับผู้สูงอายุ : เพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคนี้ และป้องกันไม่ให้มีปัญหาสุขภาพจิตจากความเครียด ที่ผู้สูงอายุไม่สามารถเดินทางไปไหนหรือพบปะเพื่อนฝูงได้อย่างเคย ทั้งยังอาจมีความเครียดจากข่าวสารที่ได้รับรอบตัวด้วย

การระบาดของเชื้อ COVID-19 เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องไม่นิ่งนอนใจและไม่ควรประมาทในการดูแลทั้งสุขภาพตัวเองและผู้สูงอายุในครอบครัว พร้อมกันนั้น ก็ควรติดตามข่าวสารจากรัฐบาลเพื่อการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องตามสถานการณ์ต่อไป

หลักการดูแลผู้สูงอายุในบ้านให้ห่างไกลจากไวรัส COVID-19

เหตุผลที่สุขภาพนำพาความสำเร็จทางด้านการเงิน

เหตุผลที่สุขภาพนำพาความสำเร็จทางด้านการเงิน

สุขภาพกับเงิน หากเลือกได้คุณคิดว่าคนส่วนใหญ่จะเลือกอะไรก่อน แน่นอนผู้คนมักจะเลือกเงินเพราะได้เข้าใจว่าเงินสามารถนำพาในสิ่งที่ต้องการได้ทุกอย่างจนลืมไปว่าสุขภาพต่างหากที่นำพาความสำเร็จทางด้านการเงิน ทำให้มหาเศรษฐีหรือนักธุรกิจที่เป็นเจ้าของอาลีบาบา ชื่อว่า แจ๊ค หม่า มีการกล่าวไว้ว่า คนกับลิงมีความแตกต่างกันเพราะถ้าได้วางเงินกับกล้วย ลิงจะเลือกกล้วยก่อนเพราะลิงไม่ทราบว่าเงินเป็นวัตถุที่สามารถแลกไปซื้อกล้วยอย่างมากมาย การที่ได้กล่าวไว้เพื่อให้เห็นว่าลิงยังเลือกสุขภาพก่อนสิ่งอื่น ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาบอกเหตุผลทำไมสุขภาพจึงนำพาความสำเร็จทางด้านการเงิน ซึ่งมีอะไรบ้าง มาดูกัน

ทำไมสุขภาพจึงนำพาความสำเร็จด้านการเงิน

สร้างรายได้กลับคืนมาใหม่ได้ตลอด

การแพทย์ได้มีความเชื่อว่า หากมีการดูแลสุขภาพอย่างดีอยู่แล้ว เมื่อไหร่ที่ประสบปัญหาทางด้านการเงินไม่ว่าจะเป็นสาเหตุอะไรก็ตาม แล้วทำให้เงินที่มีอยู่ได้หมดไป แต่เรื่องเงินหมดไม่ใช่ประเด็นของปัญหา ถ้ามีร่างกายที่แข็งแรงเพราะสามารถหารายได้กลับคืนมาได้ตลอด ในทางตรงข้าม หากมีเงินหมื่นล้าน พันล้านหรือแสนล้านหรือมีสมบัติอย่างมากมาย หากป่วยถึงขั้นนั่งรถเข็นหรือเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่ว่าจะใช้จ่ายอะไรก็ไม่มีความสุขและยังไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีกลับมาได้ แสดงให้เห็นว่า สุขภาพที่ดีแพงกว่าเงิน

ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการพบแพทย์

สุขภาพนำความมั่งคั่งหรือที่เรียกว่า “Health Brings Wealth” คล้ายกับการลงทุนทำธุรกิจซึ่งจะต้องมีการเติมต้นทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เช่น การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น ต้นทุนเหล่านี้ป้องกันการเกิดสัญญาณป่วยหรือถึงขั้นต้องมีคนนำส่งโรงพยาบาลจนต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง กระทบต่อความสำเร็จทางด้านการเงิน ทางที่ดีควรสำรวจตัวเองเป็นประจำหรือ Detect ว่าสุขภาพร่างกายมีจุดบกพร่องตรงไหน ไม่ว่าจะเป็น ผมร่วง ตาไม่ชัด ปวดศีรษะบ่อย ประจำเดือนมาไปไม่ปกติ สิวขึ้น อ้วน หรืออื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันสามารถเข้าถึงหรือศึกษาการดูแลสุขภาพได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องไปหอสมุดแห่งชาติ ห้องสมุดโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยแล้ว เพียงค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้นเอง แต่ก็ต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลก่อนเพราะมีทั้งข้อมูลจริงและไม่จริง จากนั้นให้นำข้อมูลที่คิดว่าดีมาปรับใช้กับตัวเอง

การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย เพราะมีความสำคัญยิ่งกว่าเงินทอง นอกจากนี้ยังสามารถนำพาไปสู่ความฝันหรือเป้าหมายในทุกด้านโดยเฉพาะความสำเร็จทางด้านการเงิน ดังนั้น อย่าลืมใส่ใจสุขภาพตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานอย่างสมดุล ไม่หักโหม นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่เพื่อซ่อมแซมร่างกายและผ่อนคลายจิตใจ ซึ่งจะทำให้มีความพร้อมทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตามที่ต้องการ

ทำไมสุขภาพจึงนำพาความสำเร็จด้านการเงิน